บทที่ 3 
เรามายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้อย่างไร?  ย้อนอดีต 20 ปีประเทศไทย  (ต่อ)

ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:  จากที่สถานการณ์แย่อยู่แล้ว..  ก็ยิ่งแย่ลงไปอีก

เมื่อมองย้อนข้อมูลกลับไปเป็นเวลากว่า 20 ปี  จะเห็นว่าภาพรวมด้านเศรษฐกิจและสังคมจะประกอบไปด้วยด้านที่ดีและด้านที่ไม่ดี   แต่สำหรับเรื่องของพลังงานและสิ่งแวดล้อม  เราพบว่าในมิตินี้ไม่มีด้านใดที่ดีขึ้นเลย

เนื่องจากประเทศไทยมีสัดส่วนของประชากรที่ยังต้องพึ่งพาภาคการเกษตร รวมทั้งประมงอยู่มาก   ทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะโลกร้อน    ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่มากประเทศหนึ่ง  จากข้อมูลเราพบว่ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา  หรือนับเป็นอันดับที่ 22 ของโลก  (19)   โดยสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเรือนกระจกก็คือการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง   ซึ่งไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่ใช้พลังงานได้สิ้นเปลืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  ทั้งๆ ที่เรายังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนที่สูง

ที่ผ่านมา เรายังหาวิธีดีๆ ที่จะจัดการกับมลภาวะที่มาในรูปแบบอื่นๆ ไม่ได้   ทุกๆ วันเรามีขยะเพิ่มขึ้นวันละกว่า 41,000 ตัน  หรือเพิ่มขึ้น 35% จากปี 1990   ปริมาณขยะที่เราทิ้งรวมกันภายใน 10 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณเท่ากับ 1.64 แสนล้านตัน  ซึ่งถ้าจะจินตนาการว่ามีปริมาณมากเพียงใด  ก็ให้ลองคิดว่าหากเรานำขยะเหล่านี้มาฝังกลบจะต้องใช้พื้นที่ในการฝังกลบเท่ากับเกาะสมุยถึง 2 เกาะ

มลภาวะทางน้ำยิ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง   ในขณะที่เรามีเทศกาลลอยกระทงเพื่อเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในน้ำ   แต่มลพิษในน้ำกลับเพิ่มขึ้นมากโดยเฉพาะสิ่งปฏิกูลที่เป็นสารอินทรีย์   เราต้องการออกซิเจนเพื่อทำการบำบัดน้ำเสียมากถึง 581,000 กิโลกรัมต่อวัน (20)  ซึ่งเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นเกือบ 60% เมื่อเทียบกับเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา

ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ถูกปล่อยปละละเลยมานาน     สำหรับประเทศที่การท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ การไม่ดูแลสิ่งแวดล้อมถือเป็นการตัดสินใจที่หวังผลเพียงระยะสั้น แต่ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะยาว    เราอาจจะเห็นตัวอย่างจากประเทศจีนที่มลพิษได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศหลังจากที่ถูกละเลยมานาน    และสิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างต้นทุนมหาศาลที่มองไม่เห็นให้แก่ประเทศ   ซึ่งหากยิ่งปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานจะทำให้ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการก่อมลภาวะไม่สามารถเทียบกับต้นทุนความเสียหายของประเทศที่จะเกิดตามมาได้เลย

หมายเหตุ:
--------------------------------------
 (19)  World Resource Institute. ข้อมูลปี 2010
 (20)  ตามนิยามการวัดค่า BOD – Biochemical Oxygen Demand คือ ปริมาณออกซิเจนที่ใช้ในกระบวนการทางชีวภาพที่ใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ เป็นค่าที่แสดงว่าแหล่งน้ำนั้นมีปริมาณของเสียในรูปสารอินทรีย์มากน้อยเพียงใด