Policy Watch

Policy Watch - กรกฏาคม 2558

เศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทใหม่: Thailand's New Normal

สถาบันอนาคตไทยศึกษาเปิดเผยผลการศึกษาชิ้นล่าสุดเรื่อง “เศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทใหม่: Thailand’s New Normal  พบว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในอัตราที่ต่ำลง และช้าลงกว่าเมื่อก่อน  เพราะเรากำลังเข้าสู่บริบทใหม่ หรือ “New normal” เช่น เศรษฐกิจไทยจากที่เคยโตเฉลี่ย 5%  ในทศวรรษนี้จะเฉลี่ยเหลือ 3% ต่อปีเท่านั้น งบประมาณจากที่เคยใช้งบประชานิยมได้เต็มที่ก็กลายเป็นรัฐที่ต้องรัฐเข็มขัดมากขึ้น  ทิศทางการลงทุนจะเปลี่ยนไปจากเงินลงทุน “จากต่างประเทศ ก็เปลี่ยนเป็นนำเงินลงทุน “ไปยัง”ต่างประเทศมากขึ้น  ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจที่จะโตช้าลง แต่ยังมีมลภาวะมากขึ้นและมีความมั่นคงด้านพลังงานน้อยลง

สาเหตุเพราะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ได้เปลี่ยนไปแล้ว  ประชากรไทยเข้าสู่วัยชรารวดเร็วจนกำลังแรงงานแทบไม่เพิ่ม  ค่าจ้างโตเร็วจนแซงผลิตภาพการผลิต  ทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง  หนี้ครัวเรือนที่สูงเกือบ 80% ของจีดีพีจะยังทำให้การบริโภคเพิ่มได้ยากอีกพักใหญ่  นอกจากนี้ ยังมีปัญหารายอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ที่สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้เวียดนาม การส่งออกปิโตรเคมีชะลอตัวเพราะลูกค้ารายใหญ่อย่างจีนขยายการผลิตจนกลายมาเป็นผู้ส่งออกเสียเอง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เจอภาวะอุปทานล้นตลาด เป็นต้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนของโครงสร้างที่เปลี่ยนไปและทำให้เกิดบริบทใหม่ คือการส่งออกที่ชะลอตัว  หลายฝ่ายเชื่อว่าเกิดจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้คิดไปว่าน่าจะเกิดขึ้นชั่วคราว แต่ความจริงการส่งออกมีปัญหาเชิงโครงสร้าง  ด้วยรูปแบบการค้าโลกก็เปลี่ยนไป  ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาโตเท่าเดิมก็จะไม่ทำให้เกิดการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมากเหมือนก่อน  นอกจากนี้ยังเจอสภาพการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน และปัจจัยเฉพาะของประเทศ เช่น ปัญหาค่าแรง ทำให้ภาคส่งออกที่เคยโต 12% ต่อไปก็จะเหลือไม่ถึง 4% ต่อปีในทศวรรษนี้

สิ่งที่เราควรทำมีอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ หนึ่ง อย่ากระตุ้นด้านอุปสงค์จนเกินไปเพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาโตเหมือนเก่า เพราะศักยภาพของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว สอง สร้างระบบความคุ้มครองทางสังคมที่เป็นระบบ ครอบคลุม และครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดการเยียวยาแบบไม่มีที่สิ้นสุด  และสาม มุ่งสู่ “แม่โขง” ไม่ใช่แค่ AEC  

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ลุ่มแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่ที่เติบโตเร็วมาก ส่วนไทยเองก็มีบทบาทสำคัญในพื้นที่นี้ เราส่งออกสินค้าไปที่กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม ด้วยมูลค่ามากใกล้เคียงกับที่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นแล้ว  ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับการสร้างถนน หรือรางรถไฟเชื่อมกัน  แต่ที่จริงควรมุ่งส่งเสริมสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้เกิดการค้าการลงทุนมากขึ้นด้วย เช่น บริการให้คำปรึกษากฎหมายและภาษี    ที่สำคัญคือการพัฒนาคนให้มีทักษะต่างๆ ที่จำเป็น”


ดาวน์โหลดเอกสาร

  • เอกสาร Policy Watch : "เศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทใหม่: Thailand's New Normal"
    Downloads

More Reports