Economic Watch

Economic Watch (24 ธันวาคม 2555)

เศรษฐกิจโลกปีหน้าดีขึ้นจริงหรือ 


ถึงแม้ว่าช่วงหลังตัวเลขเศรษฐกิจระยะสั้นหลายตัวจะออกมาดูดี เช่น อัตราการว่างงานของสหรัฐที่ต่ำลง แต่เราก็ไม่ควรชะล่าใจ และยังคงจะต้องระมัดระวัง เพราะปีหน้าเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่โดยรวมยังไม่สู้ดีนัก  สำหรับสหรัฐ อัตราการเติบโตในปีหน้าน่าจะต่ำกว่าปีนี้ เหตุผลเนื่องจากสหรัฐจะมีการตัดรายจ่ายและขึ้นภาษีจากปัญหาหน้าผาการคลัง (Fiscal cliff)  ไม่มากก็น้อย ส่วนฝั่งยุโรป  ก็คงเข้าสู่ภาวะถดถอยด้วยปัญหาสารพัดที่คาราคาซังมานาน  สำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่น ก็น่าจะโตน้อยมากและชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดจากปีก่อน เนื่องจากแรงกระตุ้นจากการก่อสร้างหลังสึนามิจะหมดไป  ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าเมื่อเรารวมเศรษฐกิจสหรัฐ (คิดเป็นกว่า 22% ของเศรษฐกิจโลก ณ ราคาตลาด) ยุโรป (17%) และญี่ปุ่น (8%) สามประเทศรวมกันก็เกือบครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจโลก และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีหน้าจึงไม่น่าจะสดใสนัก ที่เห็นดีก็จะมีแต่จีน (12% ของเศรษฐกิจโลก) ซึ่งคนมองว่าอัตราการเติบโตของปีหน้าน่าจะดีกว่าปีนี้ 

อย่างไรก็ดี  จีนก็ยังมีความเสี่ยงสูงที่ตัวเลขเศรษฐกิจอาจจะออกมาไม่ดีเท่าที่หลายสำนักคาดการณ์ เนื่องจากจีนเองก็มีปัญหาสินค้าคงค้างกับอัตรากำลังการผลิตเกินตัวที่สูงมากในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้การเติบโตเศรษฐกิจของจีนไม่สูงเท่าที่คาดการณ์กันไว้  และเนื่องจากการคาดการณ์ของแทบทุกสำนักทำภายใต้สมมติฐานที่ว่าปีหน้าอัตราการเติบโตของครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก แต่มันก็มีโอกาสที่ครึ่งปีหลังจะไม่ดีเหมือนที่คาดการณ์ก็ได้  เพราะแม้แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจของนักพยากรณ์เศรษฐกิจหลายคนก็ยังมองว่ามีโอกาสสูงกว่า 80% สำหรับเศรษฐกิจยุโรป และสูงกว่า 25% สำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า

แล้วผลกระทบต่อไทยจะเป็นอย่างไร?  

นักพยากรณ์ในไทยส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะโตในอัตราระหว่าง 4-5% (ยกเว้นกระทรวงการคลังที่ย่อมมองโลกในแง่ดีกว่าคนอื่น)  ผมเองคิดว่าตัวเลขน่าจะอยู่ใกล้ 4% มากกว่า 5% ด้วยเหตุผลที่ว่าสัจธรรมของตัวเลขเศรษฐกิจของไทยจะเป็นไปตามตัวเลขส่งออก ซึ่งอิงกับภาพเศรษฐกิจโลก นักพยากรณ์ที่คาดการณ์ตัวเลขสูงมักจะคาดการณ์ (หรือคาดหวัง) ว่าจะมีรายจ่ายภาครัฐเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว อัตราการเบิกจ่ายจริง โดยเฉพาะสำหรับโครงการใหม่ๆ ของไทยมักจะอยู่ในอัตราที่ต่ำมากในปีแรกๆ และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ ปีหน้าไทยคงหนีไม่พ้นผลกระทบเรื่องสภาพคล่องที่เกิดจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนมาประเทศแถบเอเชีย เพราะประเทศใหญ่ๆ เองก็ยังคงดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำอย่างต่อเนื่อง แถมธนาคารกลางไม่ว่าจะของสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ต่างก็พร้อมที่จะอัดสภาพคล่องเข้ามาในระบบเพิ่มเติมในปีหน้าอย่างแน่นอน

อีกช่องทางหนึ่งที่จะมีผลต่อไทยผ่านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งแนวโน้มก็ขึ้นอยู่กับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนอยู่ไม่น้อย เพราะแม้ว่าจีนมีน้ำหนักใน GDP โลกไม่มากนัก แต่ก็มีน้ำหนักในการบริโภคสินค้าโภคภัณฑ์มหาศาล จีนประเทศเดียวบริโภคกว่า 50% ของซีเมนส์โลก และกว่า 45% ของถ่านหิน สุกร เหล็กและสินแร่เหล็กของโลก

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกอาจไม่ค่อยดีนัก และยังคงมีความเสี่ยงสูง แต่สำหรับไทยเอง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ดูแย่นักเมื่อเทียบกับโลก เพราะตัวแปรที่สื่อถึงความเปราะบางด้านเศรษฐกิจมหภาคของไทยโดยรวมก็ยังต่ำ  (เช่น หนี้ต่างประเทศต่ำ งบดุลภาคธนาคารและเอกชนเข้มแข็ง)  ซึ่งทำให้เราเองสามารถอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะหงายหลังเหมือนประเทศอื่นที่เป็นข่าวก็มีต่ำมากๆ เช่นกัน

ดาวน์โหลดเอกสาร

  • Economic Watch : เศรษฐกิจโลกปีหน้าดีขึ้นจริงหรือ
    Downloads

More Reports