"เศรษฐพุฒิ" ชี้ศก.ไทยปีนี้มีโอกาสโต 2% เหตุรัฐต้องรัดเข็มขัด

สถาบันอนาคตไทยศึกษาชี้เศรษฐกิจไทยในบริบทใหม่โตต่ำลง จากเฉลี่ย 5% เหลือ 3% แนะรัฐเน้นกระตุ้นการลงทุนเอกชน 


นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษากล่าวถึงผลการศึกษาเรื่อง "เศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทใหม่: Thailand's New Normal" ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวช้าๆในอัตราที่ต่ำลงและเติบโตช้ากว่าเมื่อก่อนเพราะบริบทใหม่หรือเพราะปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยการเติบโตเดิมเฉลี่ยที่ 5% จะเหลือ 3% เท่านั้น ส่วนปีนี้มีโอกาสโต 2% กว่าๆ ซึ่งการเติบโตระดับนี้ก็ไม่ได้น่าแปลกอะไร เพราะงบประมาณจากที่เคยใช้งบประชานิยมเต็มที่กลายเป็นรัฐต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น ทิศทางการลงทุนก็เปลี่ยนไปจากเดิมที่ต่างชาติเข้ามาลงทุน เป็นนักลงทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ การส่งออกก็ขยายตัวน้อยลง จากเดิมโตเฉลี่ยมากกว่า 10% เหลือเฉลี่ยน้อยกว่า 4% เพราะประเทศที่นำเข้าสูงอย่างจีนก็ผลิตเองมากขึ้น รายได้ครัวเรือนที่เคยโตเฉลี่ย 3% ลดเหลือน้อยกว่า 2% จากหนี้ครัวเรือนที่สูงและประชากรไทยเข้าสู่วัยชราเร็วขึ้น วัยกำลังแรงงานแทบไม่เพิ่ม แถมค่าจ้างยังโตเร็วกว่าผลิตภาพการผลิต ทำให้ความสามารถในการแข่งขันประเทศลดลงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

"ส่วนกรณีที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจเพราะเห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)โต3% ไม่พอศักยภาพควรโต 4-5% นั้น ผมว่าเรื่องนี้ผมอยากเตือนใจ เตือนสติกัน อย่าไปคิดว่าเราต้องโตได้ 5% กระตุ้นก็ควรระมัดระวังด้วย จีดีพี โตลดลงเรื่อยๆ หากรัฐมองตัวเลขไม่ดีแล้วไปกระตุ้นอาจสร้างปัญหาอื่นๆตามมา เช่น ฟองสบู่ รัฐควรเลือกกระตุ้นใหม่ อย่าไปกระตุ้นประชานิยม หรือกระตุ้นเกี่ยวกับสินเชื่อ มาตรการที่ผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมาก ควรหันเน้นที่การลงทุนจะดีกว่า ซื่งการลงทุนภาคเอกชนเป็นความหวัง" นายเศรษฐพุฒิกล่าว

จากสำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ออนไลน์ เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2558 http://www.posttoday.com/economy/finance/379073

More News