BBC ไทย

สถาบันอนาคตไทยศึกษาระบุรัฐบาลเสียค่าใช้จ่ายกับบุคลากรภาครัฐเกือบครึ่งของรายได้ แต่ไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดคอรัปชั่นในระบบราชการ ชี้ต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างด่วน ด้านข้าราชการพ้อเพิ่มเงินเดือนยังไม่มากพอค่าครองชีพและหลายหน่วยงานยังขาดกำลังคน

ผลการวิจัยล่าสุดเรื่อง “ข้อเท็จจริง 10 ปีระบบข้าราชการไทย” ซึ่งจัดทำโดยสถาบันอนาคตไทยศึกษาระบุว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงในระบบข้าราชการไทยหลายประการ เช่นการที่ฐานเงินเดือนข้าราชการไม่ได้ต่ำกว่าภาคเอกชนอีกต่อไป ทั้งมีกำลังคนภาครัฐเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 โดยมีข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ซี 9 ขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า ส่งผลให้งบประมาณ

สำหรับบุคลากรภาครัฐเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากเมื่อสิบปีก่อน โดยถ้าคิดรวมเอางบสำหรับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและบำเหน็จบำนาญด้วยแล้ว จะสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาทหรือเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้รัฐบาล ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี

ทั้งนี้ งบบุคลากรภาครัฐของไทยสูงเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย โดยสูงกว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่ประสิทธิภาพของรัฐบาลกลับแย่ลงกว่า 10 ปีที่แล้ว โดยจากผลการวิจัยของธนาคารโลก ความมีประสิทธิผลของรัฐบาลไทยตกลงมาอยู่อันดับที่ 74 จากทั้งหมด 196 ประเทศ โดยตกจากอันดับที่ 65 เมื่อสิบปีที่แล้ว

ส่วนปัญหาคอร์รัปชั่นในภาครัฐก็แย่ลงเช่นกัน โดยดัชนีการรับรู้เรื่องคอร์รัปชั่นให้ไทยอยู่อันดับที่ 98 จากเดิมเคยอยู่อันดับที่ 91เมื่อสิบปีที่แล้ว

น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล นักวิจัยสถาบันอนาคตไทยศึกษาบอกกับบีบีซีไทยว่า ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการปฏิรูประบบราชการจะต้องเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อลดกำลังคนและปรับปรุงประสิทธิภาพรวมทั้งความโปร่งใสไปพร้อมกัน โดยที่ผ่านมาการที่ขาดประสิทธิภาพบางส่วนมาจากการตั้งตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน จำนวนมาก แต่ขาดการนำผลที่ได้จากการประเมินตามตัวชี้วัดมาแก้ไขปัญหาในระบบอย่างจริงจัง ทั้งจำนวนบุคลากรภาครัฐที่เพิ่มขึ้นมักอยู่ในตำแหน่งพนักงานอัตราจ้างโดยไม่มีการปรับอัตราเป็นข้าราชการ ทำให้ขาดแรงจูงใจในการทำงาน

น.ส. ศิริกัญญายังกล่าวว่า มีเสียงสะท้อนจากข้าราชการต่อผลการวิจัยดังกล่าวด้วยว่า เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นนั้นยังไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ โดยเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 6 ของอัตราเงินเดือนเดิม และแม้จะมีกำลังคนเพิ่มขึ้น แต่การกระจายกำลังคนในหลายหน่วยงานก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยได้เสนอทางออกสามประการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยนอกจากการปรับลดกำลังคนแล้ว ควรลดจำนวนตัวชี้วัดลงให้เหลือเพียงตัวที่เชื่อมโยงกับการจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการจ่ายค่าตอบแทนให้เป็นแบบตามผลงานให้มากขึ้น

More News