ข่าวประชาสัมพันธ์ (17 ตุลาคม 2556)

สถาบันอนาคตไทยศึกษาเปิดตัวหนังสือ "จับชีพจรประเทศไทย" วิเคราะห์อาการและภูมิคุุ้มกันของประเทศ  พร้อมบทสัมภาษณ์ของ 17 ผู้ทรงคุณวุฒิที่อยากเห็นประเทศเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน



17 ตุลาคม 2556 –   สถาบันอนาคตไทยศึกษาร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “จับชีพจรประเทศไทย” ย้อนมองอดีตของประเทศในช่วง 20 ปีผ่านประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายมิติ เพื่อตรวจสุขภาพของประเทศว่ายังแข็งแรงดีและมีภูมิคุ้มกันที่เพียงพอหรือไม่ พร้อมเปิดตัวหนังสือ “จับชีพจรประเทศไทย : A nation in decline?”   ที่จัดทำขึ้นภายใต้พลังแห่งความร่วมมือของ 17 ผู้ทรงคุณวุฒิที่ต้องการเห็นประเทศก้าวข้ามปัญหาที่เผชิญอยู่ และสามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
 
ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา (“สถาบันฯ”)   กล่าวว่า  “การจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อนำเสนองานวิจัยและจัดให้มีเวทีเสวนาเพื่อแสดงความคิดเห็นเท่านั้น  แต่สถาบันฯ  มีความประสงค์ที่จะเปิดตัวหนังสือ  “จับชีพจรประเทศไทย : A nation in decline?”   ซึ่งถูกจัดทำขึ้นภายใต้พลังแห่งความร่วมมือของ 17  ผู้ทรงคุณวุฒิที่ต้องการเห็นประเทศก้าวข้ามปัญหาที่เผชิญอยู่  และสามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืนในอนาคต   โดยในงานนี้  สถาบันฯ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ 6 ท่านทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการปาฐกถาพิเศษและเสวนาบนเวทีเพื่อสื่อให้เห็นถึงอาการของประเทศที่น่าเป็นห่วง   พร้อมนำเสนอแนวทางสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาและสร้างภูมิคุ้มกันร่วมกัน   ซึ่งได้แก่  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี  ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ราษฎรอาวุโส,   ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี  อดีตรมว. กระทรวงพาณิชย์,     ศาสตราพิชาน  ดร. ทนง พิทยะ อดีตรมว. กระทรวงการคลัง และอดีต รมว. กระทรวงพาณิชย์,  คุณสมพล เกียรติไพบูลย์  อดีตประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ และอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์, คุณทศ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่   บ. เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด  และคุณบรรยง พงษ์พานิช  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร

ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิอีก 11  ท่านที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์  และทำให้การนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในหนังสือ “จับชีพจรประเทศไทย : A nation in decline?” มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ได้แก่  คุณโฆษิต ปั้มเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ธนาคารกรุงเทพ, ดร. ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์  อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย,  คุณดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอเมริกา, คุณธีรพงศ์ จันศิริ  ประธานกรรมการบริหาร บ. ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน), พล.ท. นาวิน ดำริกาญจน์ ผู้ช่วยหัวหน้าเสนาธิการ ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ดร. บัณฑิต นิจถาวร  กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการไทยและอดีตรองผู้ว่าการธปท.,   คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์,  ศาสตราจารย์ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรมว. กระทรวงวิทย์ฯ และอดีตผอ. สวทช.,  ศาสตราจารย์นายแพทย์ รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล,  คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรมว. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  และศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์  นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับงานวิจัยในหัวข้อ  “A nation in decline?” ที่สถาบันฯ  นำเสนอในงานสัมมนาจะเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือ  “จับชีพจรประเทศไทย : A nation in decline?” เช่นเดียวกัน   โดยงานวิจัยจะแสดงการวิเคราะห์ใน 5 เรื่อง คือ หนึ่ง อันตรายของการเสื่อมถอยจากบทเรียนที่เห็นจากประเทศฟิลิปปินส์    สอง   สัญญาณเริ่มต้นแห่งความเสื่อมถอยของประเทศ 3 อาการ  ซึ่งได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดเริ่มหดตัว  ความล้าหลังเพื่อนบ้าน และความเก่งของเราในด้านต่างๆ    สาม  การมองผ่านอดีต 20 ปีเพื่อชี้ให้เห็นว่าเรามายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้อย่างไรใน 4 มิติ ได้แก่  มิติทางเศรษฐกิจที่ยังคงเน้นการเพิ่มการผลิตมากกว่าเพิ่มผลิตภาพ  มิติทางสังคมที่การเข้าถึงโดยเฉพาะบริการด้านการศึกษาดีขึ้น แต่คุณภาพกลับแย่ลง  โดยปัญหาสังคมของเยาวชนยังคงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุด  มิติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมซึ่งสถานการณ์แย่ลงไปอีก จากที่แย่อยู่แล้ว   และมิติด้านธรรมาภิบาลภาครัฐที่เป็นเสมือนชิ้นส่วนที่หายไป เนื่องจากไม่ได้รับความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาด้านการควบคุมคอร์รัปชั่นและเสถียรภาพทางการเมืองที่ยังไม่ดีขึ้น   สี่  การมองไปในอนาคตเพื่อดูว่าประเทศต้องเสียโอกาสใดบ้างจากการละเลยไม่ใส่ใจกับอดีตที่เกิดขึ้น   และสิ่งที่เราควรทำในวันนี้ให้อาการเสื่อมถอยของประเทศได้รับความใส่ใจและนำไปสู่การแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนคืออะไร  และห้า  การนำเสนอดัชนีอนาคตประเทศไทยเพื่อใช้เป็นตัววัดว่าเราได้เตรียมตัวให้พร้อมรับกับอนาคตได้ดีเพียงใด  ทั้งนี้  เราไม่ควรให้ความสำคัญแต่เฉพาะ GDP  เพราะมันอาจทำให้เราละเลยเรื่องที่สำคัญในระยะยาวได้”  ดร. เศรษฐพุฒิ กล่าวสรุป

สำหรับท่านที่สนใจหนังสือ “จับชีพจรประเทศไทย : A nation in decline?”   สามารถอ่านรายละเอียดและวิธีการสั่งซื้อได้จากเว็บไซด์ของสถาบันอนาคตไทยศึกษา (www.thailandfuturefoundation.org)

**********************************************

สถาบันอนาคตไทยศึกษาขอขอบพระคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ช่วยเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ  โปรดติดต่อ:
สุนทรี ปานนิลวงศ์  / ฐานิดา กมลจรัสกิจ
โทร. 02 2645481-3   อีเมล์ network@thailandff.org
www.thailandfuturefoundation.org

ดาวน์โหลดเอกสาร

More News