ข่าวประชาสัมพันธ์ (13 มิถุนายน 2556)

สถาบันอนาคตไทยศึกษา นำเสนอ 5 ข้อเท็จจริงจาก 10 ปีงบประมาณไทย สร้างบทเรียนรู้เพื่อไม่ต้องเดินซ้ำรอยในอนาคต   



13 มิถุนายน 2556 –    สถาบันอนาคตไทยศึกษา (“สถาบันฯ”) ออกรายงานวิจัยเรื่อง “10 ปีงบประมาณไทย.. เราเรียนรู้อะไร?”  นำเสนอ 5 ข้อเท็จจริงจากการวิเคราะห์โครงสร้างภาพรวมของงบประมาณไทยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา   เพื่อปูภาพใหญ่ให้เห็นว่างบประมาณของประเทศถูกใช้ไปในเรื่องที่ “ถูกที่” หรือไม่  ตอบโจทย์ของประเทศอย่างไร  และได้ผลลัพท์ที่ต้องการหรือไม่  แนะใช้บทเรียนเป็นเครื่องเตือนใจไม่เดินซ้ำรอยเดิมในอนาคต

ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา  กล่าวว่า “เมื่อพูดถึงงบประมาณ  สิ่งที่คนสนใจมักจะเป็นเรื่องที่ว่าปีนี้รัฐจะใช้งบประมาณเท่าใด  เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากี่เปอร์เซ็นต์    หรืออย่างมากก็ดูว่าแต่ละกระทรวงจะได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณมากเท่าใด  แต่การพิจารณางบประมาณแบบปีต่อปีเช่นนี้ อาจทำให้เราละเลยภาพใหญ่ของงบประมาณ  ดังนั้น สถาบันฯ จึงได้ศึกษาโครงสร้างภาพรวมของงบประมาณไทยโดยมองย้อนกลับไป 10 ปี และขอนำเสนอ 5 ข้อเท็จจริงของงบประมาณไทยเพื่อให้เป็นบทเรียนรู้แก่สังคมไทยต่อไป

  • ข้อเท็จจริงที่ 1:    10 ปีที่ผ่านมา  งบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 เท่า หรือเพิ่มขึ้นเป็นเงินถึง 1.4 ล้านล้านบาท  ในขณะที่งบลงทุนกลับเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 แสนล้านบาท    และมีสัดส่วนเพียง 12% ของงบประมาณเท่านั้น    นอกจากนี้  งบประมาณรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9.2% ต่อปี ยังขยายตัวเร็วกว่าอัตราการเติบโตของ GDP (รวมเงินเฟ้อ)  ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 7.2% ต่อปีอีกด้วย
  • ข้อเท็จจริงที่ 2:      งบลงทุนจริงๆ อาจจะไม่ได้มากเหมือนที่ปรากฎในรายงานทั่วไป   ในเอกสารงบประมาณโดยสังเขปประจำปี 2557  มีการรายงานตัวเลข  “รายจ่ายเพื่อการลงทุน”   มูลค่าราว 4.4 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น  17% ของงบประมาณทั้งหมด     แต่หากดูตัวเลขงบลงทุนตามระบบของ GFS  ซึ่งหมายถึงการซื้อสินทรัพย์ถาวร   จะพบว่ามีมูลค่าเพียง 3 แสนล้านบาทเท่านั้น
  • ข้อเท็จจริงที่ 3:     การจัดสรรงบประมาณเป็นไปตามหน่วยงานมากกว่าตามยุทธศาสตร์ของประเทศ   ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปกว่า 10 ปีแล้ว และโจทย์ของประเทศก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน แต่การจัดสรรงบประมาณไปยังกระทรวงต่างๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก   สังเกตได้จากสัดส่วนงบประมาณของแต่ละกระทรวงที่แทบจะไม่เปลี่ยน หรือเปลี่ยนน้อยมากเมื่อเทียบกับตัวเลขเมื่อสิบปีที่แล้ว ยกเว้นกระทรวง ศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก   ในขณะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับกระทรวงพลังงานที่รับผิดชอบวาระของประเทศที่ต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศกลับได้รับการจัดสรรงบประมาณที่ลดลง 
  • ข้อเท็จจริงที่ 4 :   รูปแบบของการจัดสรรงบประมาณยังไม่เอื้อต่อการวัดผลว่าประเทศจะได้ผลลัพธ์อะไร   คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือไม่      การที่งบประมาณไปกระจุกตัวอยู่ในบางหน่วยงาน โดยเฉพาะในที่ที่ไม่ค่อยมีการแจกแจงรายละเอียดการใช้งบประมาณ จะทำให้การวัดผลเป็นไปได้ยาก  เช่น งบกลางที่ได้การจัดสรรวงเงินเพิ่มขึ้นจาก 10 ปีที่แล้วมากถึง 2 เท่า มีมูลค่าเทียบเท่างบของกระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงแรงงานรวมกัน  แต่ไม่ต้องทำแผนแจกแจงรายละเอียดการใช้จ่าย   หรือเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินที่ให้อำนาจแก่นายกรัฐมนตรีในการอนุม้ติก็มีวงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นเกือบ 8 เท่าเมื่อ 10 ปีผ่านไป  และก็มีการใช้จ่ายที่เกินจริงกว่างบประมาณที่ตั้งเอาไว้
  • ข้อเท็จจริงที่ 5 :   งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลงานที่ดีขึ้น   หรือมีการนำเม็ดเงินงบประมาณไปแปลงให้เป็นผลลัพท์ตามโจทย์ที่ประเทศต้องการ  ตัวอย่างเช่น กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับการจัดสรรงบเพิ่มกว่า 2 เท่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา  แต่ผลการสอบมาตรฐาน PISA ด้านคณิตศาสตร์ของเด็กไทยกลับมีคะแนนที่ลดน้อยลง   หรือกระทรวงคมนาคมที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี   แต่ดัชนีความสามารถด้านโลจิสติกส์ของไทยกลับลดลงไปอยู่ในอันดับที่ 38 ในปี 2555 จากเดิมในอันดับที่ 31 ในปี 2550
         

“เราควรใช้ประโยชน์จาก 5 ข้อเท็จจริงของ 10 ปีงบประมาณไทย เพื่อเป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และปรับปรุงสิ่งที่จะทำในอนาคต   โดยสถาบันฯ ขอเสนอ 3 เรื่องที่รัฐควรทำ ได้แก่ 1)  ต้องจัดสรรงบประมาณให้ถูกที่  ให้ตอบโจทย์ด้านยุทธศาสตร์ของประเทศ และตามลำดับความสำคัญของยุทธศาสตร์ในแต่ละด้าน  มากกว่าการพิจารณาตามสัดส่วนที่เคยได้รับการจัดสรรในปีก่อนหน้า   2)   เน้นการวัดผลลัพธ์ของงบประมาณ เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณที่ได้จัดสรรลงไปจะถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง  การจัดสรรต้องโปร่งใส  มีการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน และต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือต่างๆ ในการตรวจสอบงบประมาณ    และ 3)   ต้องมีการวิเคราะห์ต้นทุนเพื่อรับประกันว่าผลลัพธ์ที่ได้มีความคุ้มค่า  โดยต้องยกเลิกโครงการหรือแผนงานที่ไม่รู้ต้นทุน และต้องจัดทำมาตรฐานต้นทุนเพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบที่ชัดเจน”  ดร. เศรษฐพุฒิ กล่าวสรุป

สำหรับท่านที่สนใจ  สามารถอ่านหรือดาวน์โหลดรายละเอียดแบบสมบูรณ์ของรายงาน “10 ปีงบประมาณไทย .. เราเรียนรู้อะไร?”  ได้จากเว็บไซด์ของสถาบันอนาคตไทยศึกษา (www.thailandfuturefoundation.org)

**********************************************

สถาบันอนาคตไทยศึกษาขอขอบพระคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ช่วยเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ  โปรดติดต่อ:
สุนทรี ปานนิลวงศ์  / ฐานิดา กมลจรัสกิจ
โทร. 02 2645481-3   อีเมล์ network@thailandff.org
www.thailandfuturefoundation.org

ดาวน์โหลดเอกสาร

More News