Policy Watch

Policy Watch - กันยายน 2557

ทำไมเราต้องใส่ใจเรื่องประสิทธิภาพแรงงาน

ประสิทธิภาพแรงงานนั้นมีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันโดยตรง  และยังเป็นแนวทางที่จะทำให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

บรรดาประเทศในสหภาพยุโรปที่ต้องเผชิญกับวิกฤตยูโรโซนในช่วง 2551-2554 ต่างก็มีต้นเหตุร่วมกันอย่างหนึ่ง นั่นก็คือประเทศเหล่านั้นมีความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากประสิทธิภาพการผลิตที่ลดลง  หนึ่งในตัวที่ใช้วัดความสามารถในการแข่งขันคือ ต้นทุนแรงงานต่อหน่วย (Unit Labor Cost) ซึ่งถ้ายิ่งสูงยิ่งแสดงว่าความสามารถในการแข่งขันแย่ลง  ถ้าเราดูรูป 1 จะพบว่าต้นทุนแรงงานต่อหน่วยของประเทศกรีซ อิตาลี สเปนนั้นพุ่งสูงขึ้นมากจากเมื่อเทียบกับปี 2543  สะท้อนว่าความสามารถในการแข่งขันของประเทศเหล่านี้แย่ลงจากในอดีต และแย่กว่าประเทศเยอรมันนีซึ่งต้นทุนไม่ค่อยเปลี่ยนเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มแรก 

แล้วประเทศไทยเป็นอย่างไร  ความสามารถในการแข่งขันของไทยต่ำกว่าเมื่อ 10 ปีก่อนเล็กน้อย แต่ยังตามหลังอีกหลายประเทศ เมื่อเทียบกันในภูมิภาค  เนื่องจากต้นทุนแรงงานต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้นเร็ว และแซงประเทศเพื่อนบ้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะประสิทธิภาพแรงงานที่เพิ่มขึ้นไม่ทันกับค่าจ้าง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือประสิทธิภาพแรงงานของไทยที่เพิ่มขึ้นน้อยมาก (2% ต่อปี) เมื่อเทียบกับประเทศอื่น  เช่น เวียดนาม( 4%) และจีน (10%)

ประสิทธิภาพแรงงานนั้นกระทบกับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยตรง เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม ลองนึกภาพว่าประเทศไทยเป็นบริษัทชื่อ Thailand Corp ในปี 2546  บริษัทแห่งนี้จ้างแรงงาน 10 คน ซึ่งผลิตสินค้าที่มีราคา 10 บาทได้คนละ 10 ชิ้นต่อวัน ความสามารถในการผลิตสินค้าของแรงงานนี้เองคือสิ่งที่เรียกว่า “ประสิทธิภาพแรงงาน”  ผลผลิตรวมของบริษัทที่ได้จะมีมูลค่า 1,000 บาทต่อวัน  สมมุติต่ออีกว่าบริษัทจ่ายค่าจ้างวันละ 100 บาทต่อคน  ทำให้มีต้นทุนค่าจ้างเท่ากับ 1,000 บาทต่อวัน (ค่าแรง100 บาทx10คน)  ก็แสดงว่าต้นทุนค่าจ้างต่อสินค้า เท่ากับ 1 บาท(ค่าจ้าง 1,000 บาท/สินค้า 1,000 บาท)

อีก 10 ปีต่อมา  พบว่าประสิทธิภาพแรงงานไทยนั้นเพิ่มขึ้น 26% หมายความว่า แรงงาน 10 คนนี้สามารถผลิตสินค้าได้มูลค่ามากขึ้นจาก 1000 บาท เป็น 1260 บาท ส่วนค่าจ้างก็เพิ่มขึ้นเช่นกันราว 31%  จากเดิมที่บริษัทเคยจ่ายค่าจ้างรวม 1,000 บาทเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็เพิ่มเป็น 1,310 บาทต่อวัน  ทำให้ต้นทุนค่าจ้างต่อหน่วยก็จะเพิ่มเป็น 1.03 บาท (1,310 บาท/1,260 บาท) หรือราว 3%  ในขณะที่ประเทศอื่น เช่นอินโดนีเซียนั้น ต้นทุนค่าจ้างต่อหน่วยลดลง 12% เมื่อเทียบ 10 ปีที่แล้ว  เพราะแม้ว่าค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ใกล้เคียงกับไทย แต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานได้เร็วกว่า โดยเพิ่มขึ้นกว่า 40% เช่นกัน 

ประสิทธิภาพแรงงาน ไม่เพียงแต่จะมีความสำคัญกับความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้เราเรียนรู้ได้แล้วว่าลำพังการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียว โดยไม่ได้พัฒนาศักยภาพของแรงงาน ไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืนที่จะช่วยให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น 

แต่ก่อนที่เราจะปรับปรุงประสิทธิภาพแรงงาน ก็จำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่าสาเหตุที่ทำให้ประสิทธิภาพแรงงานของไทยนั้นต่ำเป็นเพราะอะไร









ดาวน์โหลดเอกสาร

  • เอกสาร "Policy Watch : 7 สาเหตุที่ประสิทธิภาพแรงงานไทยอยู่ในระดับต่ำ" revised version as of 13th October
    Downloads

More Reports