ข่าว

    Array
    (
        [ID] => 290
        [~ID] => 290
        [IBLOCK_ID] => 1
        [~IBLOCK_ID] => 1
        [IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [~IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [NAME] => แนะเพิ่มคุณภาพคน“ไอที” เตือนตีโจทย์ “เศรษฐกิจดิจิตอล” ให้แตก
        [~NAME] => แนะเพิ่มคุณภาพคน“ไอที” เตือนตีโจทย์ “เศรษฐกิจดิจิตอล” ให้แตก
        [ACTIVE_FROM] => 11/18/2014
        [~ACTIVE_FROM] => 11/18/2014
        [DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=290
        [~DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=290
        [DETAIL_TEXT] => 
    

    สถาบันอนาคตไทยศึกษา ชี้นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล หรือ Digital Economy ที่รัฐบาลต้องการใช้เป็นยุทธศาสตร์ ทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศ ที่มีรายได้ปานกลาง แผนทั้งหมดจะต้องตอบโจทย์การสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่เน้นที่การเพิ่มหน่วยงานภาครัฐ และต้องให้เอกชน–นักวิชาการจับมือกันสร้างธุรกิจดังกล่าวให้เกิดขึ้น เหมือนที่อิสราเอล ไต้หวันทำได้สำเร็จ

    นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยว่า สถาบันได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล หรือ Digital Economy ซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ แต่เพื่อให้แนวคิดนี้สามารถนำไปใช้ให้เกิดผลจริงอย่างเป็นรูปธรรม

    “เศรษฐกิจดิจิตอลจึงต้องเน้นไปที่การสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นหลัก เพราะไม่ใช่ทุกอย่างที่เป็นดิจิตอลจะมีมูลค่าเพิ่มสูง ในขณะที่สินค้าบางอย่างที่ไม่ได้เป็นดิจิตอล กลับสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงได้ เช่น กรณีของฮาร์ดดิสก์ สินค้าดิจิตอลที่เราส่งออกมากเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่มูลค่าเพิ่มที่ได้จากการส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้นน้อยมาก เพียง 5% ต่อปี เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย เติบโต 6% อินโดนีเซีย 13% ฟิลิปปินส์ 17% และเวียดนาม 23% แต่สำหรับยางพาราที่ส่งออกจำนวนมาก แต่เป็นสินค้าขั้นต้น คือ ยางแผ่นหรือน้ำยาง แต่หากนำไปแปรรูปเป็นยางรถยนต์จะได้มูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า”

    ทั้งนี้ นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลไม่ควรไปเน้นที่การเพิ่มหน่วยงานใหม่ของภาครัฐ เพราะจากข่าวที่ออกมา มีการพูดถึงแผนเพิ่มหน่วยงานใหม่อีก 3 กรม ให้มาทำงานด้านนี้ โดยเฉพาะรวมถึงจะมีการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แต่ความสำเร็จของเศรษฐกิจดิจิตอลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มกรม กอง แต่เพียงอย่างเดียว

    นายเศรษฐพุฒิกล่าวว่า ที่ผ่านมา เรามีการตั้งสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติมาเมื่อ 17 ปีก่อน เพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ จนถึงปัจจุบันก็มี 10 หน่วยงาน ที่มีภารกิจในด้านนี้โดยตรง ดังนั้น การเพิ่มจำนวนกรมไม่ช่วยตอบโจทย์ แต่ควรปรับปรุงกระบวนการภาครัฐ เพื่อให้เกิดผลจริงโดยเฉพาะตัวชี้วัด ผลการดำเนินงาน ที่ต้องเน้นวัดผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ ปัจจุบันมีตัวชี้วัดของไอซีทีเพียงตัวเดียวจาก 14 ตัวที่วัดผลลัพธ์ คือมูลค่าสินค้า ไอซีทีที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่มีหลายตัวชี้วัดที่วัดจากจำนวนสถานประกอบการหรือผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนา ซึ่งประเมินได้ยากว่ามีประสิทธิผลหรือไม่

    นอกจากนี้ ยังต้องมีการผลิตบุคลากรด้านไอทีเพิ่ม แม้ว่าในแต่ละปีเรามีบัณฑิตปริญญาตรีที่จบสาขาคอมพิวเตอร์ 10,000 คน เป็นสาขายอดนิยม ของคณะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ควรเพิ่มคุณภาพ เพราะ 1 ใน 6 ของคนที่จบสาขานี้ตกงาน และ 40% ของบัณฑิต ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการหรือเสมียน และบริษัทจัดหางานก็ยังจัดให้บุคลากรด้านไอทีเป็นสาขา ที่มีความต้องการมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องทำให้เอกชน และวิชาการเกิดความร่วมมือ นำไปสู่การสร้างธุรกิจดิจิตอล เพราะความสำเร็จ ของเศรษฐกิจดิจิตอลในต่างประเทศเกิดจากความร่วมมือของภาคเอกชน ภาควิชาการ เช่น ในกรณีของอิสราเอลและไต้หวัน

    “เศรษฐกิจดิจิตอลจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องมีเป้าหมายในการพัฒนาและตัวชี้วัดที่ชัดเจน มิเช่นนั้นจะไม่ต่างอะไรกับนโยบายอื่นๆ ที่แม้เป็นแนวคิดที่ดีในการสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) แต่สุดท้ายกลับไม่เห็นผลที่เป็นรูปธรรม”.

    หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557


    [~DETAIL_TEXT] =>

    สถาบันอนาคตไทยศึกษา ชี้นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล หรือ Digital Economy ที่รัฐบาลต้องการใช้เป็นยุทธศาสตร์ ทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศ ที่มีรายได้ปานกลาง แผนทั้งหมดจะต้องตอบโจทย์การสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่เน้นที่การเพิ่มหน่วยงานภาครัฐ และต้องให้เอกชน–นักวิชาการจับมือกันสร้างธุรกิจดังกล่าวให้เกิดขึ้น เหมือนที่อิสราเอล ไต้หวันทำได้สำเร็จ

    นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยว่า สถาบันได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล หรือ Digital Economy ซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ แต่เพื่อให้แนวคิดนี้สามารถนำไปใช้ให้เกิดผลจริงอย่างเป็นรูปธรรม

    “เศรษฐกิจดิจิตอลจึงต้องเน้นไปที่การสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นหลัก เพราะไม่ใช่ทุกอย่างที่เป็นดิจิตอลจะมีมูลค่าเพิ่มสูง ในขณะที่สินค้าบางอย่างที่ไม่ได้เป็นดิจิตอล กลับสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงได้ เช่น กรณีของฮาร์ดดิสก์ สินค้าดิจิตอลที่เราส่งออกมากเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่มูลค่าเพิ่มที่ได้จากการส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้นน้อยมาก เพียง 5% ต่อปี เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย เติบโต 6% อินโดนีเซีย 13% ฟิลิปปินส์ 17% และเวียดนาม 23% แต่สำหรับยางพาราที่ส่งออกจำนวนมาก แต่เป็นสินค้าขั้นต้น คือ ยางแผ่นหรือน้ำยาง แต่หากนำไปแปรรูปเป็นยางรถยนต์จะได้มูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า”

    ทั้งนี้ นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลไม่ควรไปเน้นที่การเพิ่มหน่วยงานใหม่ของภาครัฐ เพราะจากข่าวที่ออกมา มีการพูดถึงแผนเพิ่มหน่วยงานใหม่อีก 3 กรม ให้มาทำงานด้านนี้ โดยเฉพาะรวมถึงจะมีการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แต่ความสำเร็จของเศรษฐกิจดิจิตอลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มกรม กอง แต่เพียงอย่างเดียว

    นายเศรษฐพุฒิกล่าวว่า ที่ผ่านมา เรามีการตั้งสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติมาเมื่อ 17 ปีก่อน เพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ จนถึงปัจจุบันก็มี 10 หน่วยงาน ที่มีภารกิจในด้านนี้โดยตรง ดังนั้น การเพิ่มจำนวนกรมไม่ช่วยตอบโจทย์ แต่ควรปรับปรุงกระบวนการภาครัฐ เพื่อให้เกิดผลจริงโดยเฉพาะตัวชี้วัด ผลการดำเนินงาน ที่ต้องเน้นวัดผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ ปัจจุบันมีตัวชี้วัดของไอซีทีเพียงตัวเดียวจาก 14 ตัวที่วัดผลลัพธ์ คือมูลค่าสินค้า ไอซีทีที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่มีหลายตัวชี้วัดที่วัดจากจำนวนสถานประกอบการหรือผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนา ซึ่งประเมินได้ยากว่ามีประสิทธิผลหรือไม่

    นอกจากนี้ ยังต้องมีการผลิตบุคลากรด้านไอทีเพิ่ม แม้ว่าในแต่ละปีเรามีบัณฑิตปริญญาตรีที่จบสาขาคอมพิวเตอร์ 10,000 คน เป็นสาขายอดนิยม ของคณะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ควรเพิ่มคุณภาพ เพราะ 1 ใน 6 ของคนที่จบสาขานี้ตกงาน และ 40% ของบัณฑิต ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการหรือเสมียน และบริษัทจัดหางานก็ยังจัดให้บุคลากรด้านไอทีเป็นสาขา ที่มีความต้องการมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องทำให้เอกชน และวิชาการเกิดความร่วมมือ นำไปสู่การสร้างธุรกิจดิจิตอล เพราะความสำเร็จ ของเศรษฐกิจดิจิตอลในต่างประเทศเกิดจากความร่วมมือของภาคเอกชน ภาควิชาการ เช่น ในกรณีของอิสราเอลและไต้หวัน

    “เศรษฐกิจดิจิตอลจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องมีเป้าหมายในการพัฒนาและตัวชี้วัดที่ชัดเจน มิเช่นนั้นจะไม่ต่างอะไรกับนโยบายอื่นๆ ที่แม้เป็นแนวคิดที่ดีในการสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) แต่สุดท้ายกลับไม่เห็นผลที่เป็นรูปธรรม”.

    หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557


    [DETAIL_TEXT_TYPE] => html [~DETAIL_TEXT_TYPE] => html [DETAIL_PICTURE] => [~DETAIL_PICTURE] => [PREVIEW_TEXT] => [~PREVIEW_TEXT] => [PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [~PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [PREVIEW_PICTURE] => Array ( [ID] => 694 [TIMESTAMP_X] => 11/18/2014 09:53:47 [MODULE_ID] => iblock [HEIGHT] => 150 [WIDTH] => 150 [FILE_SIZE] => 6933 [CONTENT_TYPE] => image/jpeg [SUBDIR] => iblock/433 [FILE_NAME] => 433c834798694dd0b4dabd19fd7de66b.jpg [ORIGINAL_NAME] => cf6129a42a7106456ef2e3db1133dff4.jpg [DESCRIPTION] => [HANDLER_ID] => [~src] => [SRC] => /upload/iblock/433/433c834798694dd0b4dabd19fd7de66b.jpg ) [~PREVIEW_PICTURE] => 694 [LANG_DIR] => /en/ [~LANG_DIR] => /en/ [SORT] => 500 [~SORT] => 500 [CODE] => [~CODE] => [EXTERNAL_ID] => 290 [~EXTERNAL_ID] => 290 [IBLOCK_TYPE_ID] => news [~IBLOCK_TYPE_ID] => news [IBLOCK_CODE] => [~IBLOCK_CODE] => [IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [~IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [LID] => en [~LID] => en [EDIT_LINK] => [DELETE_LINK] => [DISPLAY_ACTIVE_FROM] => 11/18/2014 [FIELDS] => Array ( ) [PROPERTIES] => Array ( [MEDIA_FILE] => Array ( [ID] => 4 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:38:28 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [ACTIVE] => Y [SORT] => 100 [CODE] => MEDIA_FILE [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [~DEFAULT_VALUE] => ) [MEDIA_FILE_EN] => Array ( [ID] => 47 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 200 [CODE] => MEDIA_FILE_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK] => Array ( [ID] => 10 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:39:03 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) [ACTIVE] => Y [SORT] => 300 [CODE] => YOUTUBE_LINK [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK_EN] => Array ( [ID] => 48 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) Eng [ACTIVE] => Y [SORT] => 400 [CODE] => YOUTUBE_LINK_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) Eng [~DEFAULT_VALUE] => ) [NAME_EN] => Array ( [ID] => 20 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-20 15:02:23 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => NAME_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => NAME_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => NAME_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_TH] => Array ( [ID] => 21 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_TH [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_TH [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_TH [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_EN] => Array ( [ID] => 22 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) ) [DISPLAY_PROPERTIES] => Array ( ) )
  • Array
    (
        [ID] => 282
        [~ID] => 282
        [IBLOCK_ID] => 1
        [~IBLOCK_ID] => 1
        [IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [~IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [NAME] => ชวนคิดเรื่องภาษีมรดก
        [~NAME] => ชวนคิดเรื่องภาษีมรดก
        [ACTIVE_FROM] => 10/22/2014
        [~ACTIVE_FROM] => 10/22/2014
        [DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=282
        [~DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=282
        [DETAIL_TEXT] => 
    

    ประเด็นเรื่องภาษีมรดก เป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงกันค่อนข้างมากในช่วงนี้ ผมขอถือโอกาสชวนคุยเรื่องนี้กันหน่อยครับ เผื่อว่าจะช่วยเสริมประเด็นที่สังคมน่าจะถกเถียงกันก่อนที่นโยบายจะออกมาบังคับใช้จริงๆ

    เหมือนกับภาษีตัวอื่นๆ ผลกระทบของภาษีจะขึ้นอยู่กับการใช้บังคับ หากนำไปใช้แล้วมีข้อยกเว้น และทำให้เกิดการหลบเลี่ยง ผลกระทบของภาษีอาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่วางแผนไว้ และอาจจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ก็เป็นได้ เราจึงควรคิดกันเยอะๆ ก่อนนำมาใช้จริง และไม่ปล่อยให้มันเป็นภาษีที่เกิดจากความสะใจเท่านั้น

    ต้องถือว่าภาษีมรดกเป็นหนึ่งในนโยบายหลักอย่างหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ และน่าจะเป็นนโยบายภาษีชิ้นแรกๆ ที่รัฐบาลพยายามจะผลักดันให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว จุดประสงค์หลักประการหนึ่งคือเพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการ ลดความเหลื่อมล้ำลองมาคุยกันดีกว่าครับว่าภาษีตัวนี้น่าจะเป็นอย่างไร

    ผมเข้าใจว่าขณะนี้ภาษีมรดกอยู่ในขั้นตอนของกฤษฏีกา จะส่งกลับคืนให้กระทรวงการคลังเพื่อส่งต่อให้คณะรัฐมนตรี เพื่อนำส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อนุมัติเป็นกฎหมายในเร็วๆ นี้ รัฐบาลคาดว่าจะสามารถผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ภายในกลางปีหน้า (แต่ไม่รู้จะผ่าน สนช. ที่แต่ละคนมีสมบัติเยอะกันทั้งนั้นได้เร็วหรือเปล่านะครับ)

    ผมไม่เคยเห็นตัวร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ตามที่ได้ยินมา (นี่มาจากการคาดเดาจากข้อมูลบนหน้าหนังสือพิมพ์นะครับ กฎหมายจริงอาจจะมีรายละเอียดและการปิดช่องว่างที่ดีกว่านี้)

    - น่าจะเป็นการเก็บภาษีจากการ รับมรดก” -inheritance tax (และไม่ใช่การเก็บภาษีบนกองมรดก–estate tax)

    - น่าจะมีการยกเว้นการรับมรดก 50 ล้านบาทแรก

    - เก็บบนทรัพย์สินที่มีการจดทะเบียน เช่น ที่ดิน เงินฝาก เงินลงทุน รถยนต์ ฯลฯ แต่สินทรัพย์ที่ไม่มีการจดทะเบียน เช่น เงินสด ของประดับ เพชรพลอย พระเครื่อง หรือสินทรัพย์ในต่างประเทศ ฯลฯ อาจจะไม่มีการเก็บ (?)

    - อัตราภาษีน่าจะเป็นร้อยละ 10

    - อาจจะมีการยกเว้นเกษตรกร (?)

    ถ้าใครสนใจว่าการเก็บภาษีมรดกของไทยเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ผมแนะนำให้อ่าน บทความของมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษาที่มีการตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ เช่น ถ้าเรามีการเก็บภาษีมรดกจริงๆ เราจะเป็นหนึ่งไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่มีการเก็บภาษีมรดก หลายประเทศเคยมีการเก็บภาษีมรดก แต่ได้มีการยกเลิกไป เพราะสาเหตุหลายประการ อัตราที่จะเก็บก็ไม่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ฯลฯ

     ถ้าประเทศไทยจะ เลือกนำภาษีมรดกมาใช้ ผมคิดว่าการออกแบบโครงสร้างและการบังคับใช้เป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องมีการคิดกันเยอะๆ หน่อยครับ ไม่เช่นนั้นภาระภาษีจะตกอยู่กับคนแค่กลุ่มหนึ่ง และอาจไม่ใช่คนกลุ่มที่เราต้องการจะเก็บภาษีตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ

    ผมคิดว่า การนำภาษีตัวใหม่มาใช้มีสามปัจจัยที่ควรขบคิดกันให้หนักๆ ครับ คือ

    1. ความเสมอภาค (fairness) คนที่อยู่ในสถานะใกล้เคียงกันควรจ่ายภาษีเป็นสัดส่วนใกล้เคียงกัน และคนที่ฐานะดีกว่าไม่ควรเสียภาษีในสัดส่วนที่น้อยกว่าคนที่มีฐานะต่ำกว่า

    2. ประสิทธิภาพ (efficiency) ต้นทุนในการบริหารจัดการ จัดเก็บ ตรวจสอบ และต้นทุนของผู้เสียภาษี ไม่ควรสูงเกินไป

    3. ผลของภาระภาษี (effectiveness) ควรสอดคล้องกับเหตุผลในการเก็บภาษีนั้นๆ เช่น ถ้าจุดประสงค์ของการเก็บภาษีมรดกคือการลดความเหลื่อมล้ำ คนรวยมากๆ ก็ควรเสียภาษีในสัดส่วนที่มากกว่าคนรวยน้อยกว่า

    ผมขอตั้งคำถามสามสี่ข้อเรื่องภาษีมรดกให้ชวนคิดกันครับ

    1. ทำไมต้องเก็บภาษีจาก มรดก

    เราอาจจะต้องคุยกันให้เข้าใจก่อนว่า ทำไมจึงควรมีการเก็บภาษีมรดก

    หลายคนบอกว่า เพราะลดความเหลื่อมล้ำ คนที่อยู่ดีๆ ได้รับยกสมบัติให้จำนวนมาก เพราะถือเป็นรายได้ที่อยู่ดีๆ ก็ได้มา (windfall) ก็ควรแบ่งให้รัฐบ้าง ยิ่งเป็นกองมรดกของมหาเศรษฐีที่ได้มาเยอะๆ แบ่งจ่ายให้รัฐไปพัฒนาประเทศนิดหน่อยคงไม่เดือดร้อนอะไร

    ถ้านั่นคือเหตุผลที่เราควรเก็บภาษีมรดก เราก็ไม่ควรเก็บเฉพาะสมบัติที่ คนตายยกให้เท่านั้น แต่อาจต้องมีการเก็บภาษีของการยกสมบัติให้ก่อนตาย (ไม่ว่าจะกี่ปีก่อนตายก็ตาม)

    ไม่เช่นนั้นคงตอบคำถามได้ลำบาก ว่าทำไมคนที่ได้รับสมบัติ 50 ล้านบาท จากพ่อแม่ที่เสียไปจึงควรเสียภาษีให้รัฐ แต่คนที่พ่อยกหุ้นให้ 15,000 ล้าน เพราะพ่อจะไปเล่นการเมือง จึงไม่ต้องเสียภาษี

    ทุกวันนี้ เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดก หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากรมาตรา 42 (10) ซึ่งอาจต้องมีการแก้ไขในส่วนนี้ หรือมีการคิดภาษีจากการให้ (gift tax) ด้วย ซึ่งก็เข้าใจว่ามีการพิจารณากันอยู่

    ในต่างประเทศ อีกเหตุผลหนึ่งในการเก็บภาษีมรดก คือการปิดช่องว่างของการเก็บภาษีจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินทรัพย์ (capital gain tax) ถ้าพ่อซื้อที่ดินไว้ แต่ไม่เคยขายที่เลย แล้วสามารถยกหุ้นให้ลูกได้โดยไม่เสียภาษี เท่ากับว่ามีช่องว่างที่คนสามารถหลีกหนีการจ่ายภาษี capital gain tax ไปได้เรื่อยๆ

    แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีจากมรดก เพราะมันคือการเก็บภาษีจากความมั่งคั่งที่มาจากการสะสมรายได้ที่มีการเสียภาษีมาแล้ว การเก็บภาษีซ้อนก็เหมือนการ ยึดทรัพย์ไปกลายๆ

    2. ภาษีมรดกลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือ

    ถ้ามีการเก็บภาษีมรดกในรูปแบบที่มีการพูดคุยกัน ก็คาดได้ว่าจะมีสามสี่อย่างที่อภิมหาเศรษฐีทำได้ง่ายๆ และอาจจะสามารถเลี่ยงภาษีมรดกได้แบบสบายๆ

    หนึ่ง คือขายที่ดินหรือเงินลงทุน ออกมาซื้อเพชรพลอยเครื่องประดับกันมากขึ้น เพราะน่าจะได้รับยกเว้นจากภาษีมรดก

    สอง คือย้ายเงินลงทุนออกไปต่างประเทศ ซึ่งทำได้ง่ายขึ้นในปัจจุบันและหลายคนมีบัญชีลงทุนอยู่ต่างประเทศอยู่แล้ว และตรวจสอบได้ไม่ง่ายนัก

    สาม คือเริ่มยกสมบัติให้ลูก หรือหลาน (ประหยัดภาษีมรดกไปได้สองครั้ง) โดยโอนให้ทั้งหมดหรือบางส่วน (หากกลัวว่าลูกหลานจะขายทิ้งก่อนตาย)

    สี่ คือตั้งบริษัทหรือโครงสร้างทางกฎหมายอื่นๆ ที่ทำให้แน่ใจว่า เจ้าของสินทรัพย์ยังมีอำนาจในการควบคุมดูแลสินทรัพย์อยู่ในขณะมีชีวิต แต่มูลค่าที่ต้องโอนให้เมื่อเสียชีวิตมีน้อยมาก เพื่อให้เสียภาษีมรดกในจำนวนน้อย

    แปลว่าถ้าเป็นไปอย่างที่กำลังมีการพูดคุยกัน อภิมหาเศรษฐีส่วนใหญ่ น่าจะสามารถหลบเลี่ยงภาษีนี้ได้แบบไม่ยากเย็นนัก นี่ยังไม่นับ เกษตรกรอภิมหาเศรษฐี จะสามารถส่งผ่านที่ดินสองหมื่นไร่เป็นมรดกได้แบบไม่เสียภาษี ถ้ามีการยกเว้น อาชีพเกษตรกรเข้าจริงๆ

    คนที่เหลือจ่ายภาษีมรดก คงเป็นเศรษฐีธรรมดาๆ ที่พอมีอันจะกินอยู่บ้าง แต่ไม่มากพอจะหลีกเลี่ยงให้เป็นระบบ หรือเข้าไม่ถึงคำแนะนำ บริการทางการเงิน และคำปรึกษาด้านกฎหมายต่างๆ และเราอาจจะบังคับท่านๆ อภิมหาเศรษฐีทั้งหลายให้เสียภาษีมรดกได้ไม่ง่ายนัก และกว่าจะเก็บได้ก็ต้องรอให้ท่านเสียชีวิตกันก่อน ซึ่งก็แปลว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำก็คงไม่ได้ดีขึ้นนักและหลายคนก็กังวลว่า รูปแบบการเก็บสะสมความมั่งคั่งของเศรษฐีจะเปลี่ยนไปจากการเก็บสินทรัพย์อยู่ในระบบ เช่น เงินฝาก เงินลงทุน ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ต่อไป ไปอยู่ในรูปที่ไม่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากนัก เช่น เพชร พลอย หรือไปอยู่ในรูปสินทรัพย์ต่างประเทศแทนเลย น่าคิดนะครับ

    นอกจากนี้ บางคนมองว่าการเก็บภาษีจากรายได้และความมั่งคั่ง เป็นการสร้างความบิดเบือนในแรงจูงใจในการทำงาน (คนไม่อยากทำงานเยอะเพราะถูกรัฐแบ่งไปเยอะ หรือไม่อยากสะสมทุนมากๆ เลยอยากใช้จ่ายให้หมดๆ ไป) และอาจทำให้เกิดการบริโภคที่มากเกินไปหรือการออมที่น้อยเกินไป หรือบางคนก็บอกว่าภาษีมรดกคือการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เพราะเป็นการเก็บบนการสะสมทุนที่ได้จ่ายภาษีบนรายได้มาแล้วรอบหนึ่ง

    จึงมีข้อเสนอว่า เราควรหันมาเก็บภาษีจากการบริโภคให้มากขึ้นแทน เช่น เก็บภาษีจากการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยที่เฉพาะคนรวยซื้อหาให้มากขึ้นแทนดีกว่าไหม เช่น ภาษีสนามกอล์ฟ (เอ แต่ได้ข่าวว่าเขาจะลดภาษีนี้นี่นา) ภาษีเรือ หรือภาษีที่เก็บจากรถหรือเครื่องประดับแพงๆ ดีกว่าไหม?

    3. ใครได้ใครเสียจากภาษีมรดก

    จากประสบการณ์ในต่างประเทศพบว่า เมื่อมีการเก็บภาษีมรดก กิจกรรมในการหลีกเลี่ยงภาษีมรดกก็มีเพิ่มขึ้น และคนที่มีทรัพยากรมากก็ทุ่มทรัพยากรจำนวนมากในการหลีกเลี่ยงภาษีมากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไป รายได้ที่รัฐเก็บได้จากภาษีมรดกก็มีไม่มากนัก รายได้จากภาษีมรดกในต่างประเทศเก็บกันได้แค่ประมาณ 0.2-0.4% ของ GDP เท่านั้นเอง และส่วนใหญ่น้อยกว่า 1% ของฐานรายได้ภาษี

    อีกนัยหนึ่งคือ การเก็บภาษีมรดก ทำให้เกิดภาระภาษีขึ้นจริง แต่รัฐไม่ใช่คนที่ได้รับประโยชน์ แต่กลายเป็นนักวางแผนภาษี ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาบัญชี นักวางแผนทางการเงิน สถาบันการเงินต่างประเทศ และนายหน้าขายเพชร ที่ได้รับประโยชน์จากการเก็บภาษีมรดก

    สรุปคือ ภาษีมรดกอาจจะไม่สามารถลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ และอาจจะสร้างรายได้ให้รัฐได้ไม่มากนัก บางคนเชื่อว่าอาจมีการนำภาษีมรดกมาใช้ แต่ก็คงยกเลิกไปในที่สุด เพราะใช้บังคับไม่ได้

    ดังนั้นแล้ว เราจึงน่าจะมีการทบทวน ถกเถียง และพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนนำภาษีใหม่มาใช้จริงๆ ดีไหมครับ

    ไม่ว่าจะอย่างไร การปฏิรูปภาษีเงินได้ทั้งระบบ ให้ระบบที่เรามีอยู่มีความยุติธรรมมากขึ้น และทำให้การจัดเก็บภาษีมีคุณภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และทำให้ภาระภาษีเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม น่าจะเป็นสิ่งที่ควรต้องเร่งทำโดยเร็ว เพราะอาจจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของเราได้ในระดับหนึ่ง (น่าไปลองไล่กันดูนะครับ ว่าคนที่เสียภาษีเงินได้สิบอันดับแรกของประเทศไทย ใช่ตระกูลร่ำรวยที่สุดหรือเปล่า)

    สุดท้ายแล้ว ถ้าสังคมไทยคิดว่าการเก็บภาษีมรดกเป็นสิ่งที่ควรทำ ก็ควรทำให้ครบถ้วน สร้างระบบตรวจสอบที่มีคุณภาพ เพื่อลดโอกาสในการหลบเลี่ยงภาษี และปิดช่องว่างช่องโหว่ต่างๆ เพื่อสร้างความยุติธรรม ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของภาษีให้ดีที่สุด

    แต่ถ้าคิดว่าเอาบังคับใช้ไปก่อนแล้ววันหลังค่อยเลิกก็ได้ มันคงสร้างต้นทุนให้สังคมไม่น้อยทีเดียว มีภาษีประเภทอื่นที่เหมาะสมกว่าหรือไม่

    และผมกลัวว่าถ้ามีคนไม่เห็นด้วยมากๆ จะพาลทำให้การผลักดันภาษีตัวอื่นที่ควรจะเอามาใช้มากกว่าภาษีมรดก เช่น ภาษีที่ดิน ถูกต่อต้านไปด้วย และไม่ได้ถูกนำมาใช้สักที

    คราวหน้าผมจะมาชวนคุยเรื่องภาษีที่ดินนะครับ

    พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

    ไทยพับลิก้า 14 ตุลาคม 2557

    [~DETAIL_TEXT] =>

    ประเด็นเรื่องภาษีมรดก เป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงกันค่อนข้างมากในช่วงนี้ ผมขอถือโอกาสชวนคุยเรื่องนี้กันหน่อยครับ เผื่อว่าจะช่วยเสริมประเด็นที่สังคมน่าจะถกเถียงกันก่อนที่นโยบายจะออกมาบังคับใช้จริงๆ

    เหมือนกับภาษีตัวอื่นๆ ผลกระทบของภาษีจะขึ้นอยู่กับการใช้บังคับ หากนำไปใช้แล้วมีข้อยกเว้น และทำให้เกิดการหลบเลี่ยง ผลกระทบของภาษีอาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่วางแผนไว้ และอาจจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ก็เป็นได้ เราจึงควรคิดกันเยอะๆ ก่อนนำมาใช้จริง และไม่ปล่อยให้มันเป็นภาษีที่เกิดจากความสะใจเท่านั้น

    ต้องถือว่าภาษีมรดกเป็นหนึ่งในนโยบายหลักอย่างหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ และน่าจะเป็นนโยบายภาษีชิ้นแรกๆ ที่รัฐบาลพยายามจะผลักดันให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว จุดประสงค์หลักประการหนึ่งคือเพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการ ลดความเหลื่อมล้ำลองมาคุยกันดีกว่าครับว่าภาษีตัวนี้น่าจะเป็นอย่างไร

    ผมเข้าใจว่าขณะนี้ภาษีมรดกอยู่ในขั้นตอนของกฤษฏีกา จะส่งกลับคืนให้กระทรวงการคลังเพื่อส่งต่อให้คณะรัฐมนตรี เพื่อนำส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อนุมัติเป็นกฎหมายในเร็วๆ นี้ รัฐบาลคาดว่าจะสามารถผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ภายในกลางปีหน้า (แต่ไม่รู้จะผ่าน สนช. ที่แต่ละคนมีสมบัติเยอะกันทั้งนั้นได้เร็วหรือเปล่านะครับ)

    ผมไม่เคยเห็นตัวร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ตามที่ได้ยินมา (นี่มาจากการคาดเดาจากข้อมูลบนหน้าหนังสือพิมพ์นะครับ กฎหมายจริงอาจจะมีรายละเอียดและการปิดช่องว่างที่ดีกว่านี้)

    - น่าจะเป็นการเก็บภาษีจากการ รับมรดก” -inheritance tax (และไม่ใช่การเก็บภาษีบนกองมรดก–estate tax)

    - น่าจะมีการยกเว้นการรับมรดก 50 ล้านบาทแรก

    - เก็บบนทรัพย์สินที่มีการจดทะเบียน เช่น ที่ดิน เงินฝาก เงินลงทุน รถยนต์ ฯลฯ แต่สินทรัพย์ที่ไม่มีการจดทะเบียน เช่น เงินสด ของประดับ เพชรพลอย พระเครื่อง หรือสินทรัพย์ในต่างประเทศ ฯลฯ อาจจะไม่มีการเก็บ (?)

    - อัตราภาษีน่าจะเป็นร้อยละ 10

    - อาจจะมีการยกเว้นเกษตรกร (?)

    ถ้าใครสนใจว่าการเก็บภาษีมรดกของไทยเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ผมแนะนำให้อ่าน บทความของมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษาที่มีการตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ เช่น ถ้าเรามีการเก็บภาษีมรดกจริงๆ เราจะเป็นหนึ่งไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่มีการเก็บภาษีมรดก หลายประเทศเคยมีการเก็บภาษีมรดก แต่ได้มีการยกเลิกไป เพราะสาเหตุหลายประการ อัตราที่จะเก็บก็ไม่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ฯลฯ

     ถ้าประเทศไทยจะ เลือกนำภาษีมรดกมาใช้ ผมคิดว่าการออกแบบโครงสร้างและการบังคับใช้เป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องมีการคิดกันเยอะๆ หน่อยครับ ไม่เช่นนั้นภาระภาษีจะตกอยู่กับคนแค่กลุ่มหนึ่ง และอาจไม่ใช่คนกลุ่มที่เราต้องการจะเก็บภาษีตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ

    ผมคิดว่า การนำภาษีตัวใหม่มาใช้มีสามปัจจัยที่ควรขบคิดกันให้หนักๆ ครับ คือ

    1. ความเสมอภาค (fairness) คนที่อยู่ในสถานะใกล้เคียงกันควรจ่ายภาษีเป็นสัดส่วนใกล้เคียงกัน และคนที่ฐานะดีกว่าไม่ควรเสียภาษีในสัดส่วนที่น้อยกว่าคนที่มีฐานะต่ำกว่า

    2. ประสิทธิภาพ (efficiency) ต้นทุนในการบริหารจัดการ จัดเก็บ ตรวจสอบ และต้นทุนของผู้เสียภาษี ไม่ควรสูงเกินไป

    3. ผลของภาระภาษี (effectiveness) ควรสอดคล้องกับเหตุผลในการเก็บภาษีนั้นๆ เช่น ถ้าจุดประสงค์ของการเก็บภาษีมรดกคือการลดความเหลื่อมล้ำ คนรวยมากๆ ก็ควรเสียภาษีในสัดส่วนที่มากกว่าคนรวยน้อยกว่า

    ผมขอตั้งคำถามสามสี่ข้อเรื่องภาษีมรดกให้ชวนคิดกันครับ

    1. ทำไมต้องเก็บภาษีจาก มรดก

    เราอาจจะต้องคุยกันให้เข้าใจก่อนว่า ทำไมจึงควรมีการเก็บภาษีมรดก

    หลายคนบอกว่า เพราะลดความเหลื่อมล้ำ คนที่อยู่ดีๆ ได้รับยกสมบัติให้จำนวนมาก เพราะถือเป็นรายได้ที่อยู่ดีๆ ก็ได้มา (windfall) ก็ควรแบ่งให้รัฐบ้าง ยิ่งเป็นกองมรดกของมหาเศรษฐีที่ได้มาเยอะๆ แบ่งจ่ายให้รัฐไปพัฒนาประเทศนิดหน่อยคงไม่เดือดร้อนอะไร

    ถ้านั่นคือเหตุผลที่เราควรเก็บภาษีมรดก เราก็ไม่ควรเก็บเฉพาะสมบัติที่ คนตายยกให้เท่านั้น แต่อาจต้องมีการเก็บภาษีของการยกสมบัติให้ก่อนตาย (ไม่ว่าจะกี่ปีก่อนตายก็ตาม)

    ไม่เช่นนั้นคงตอบคำถามได้ลำบาก ว่าทำไมคนที่ได้รับสมบัติ 50 ล้านบาท จากพ่อแม่ที่เสียไปจึงควรเสียภาษีให้รัฐ แต่คนที่พ่อยกหุ้นให้ 15,000 ล้าน เพราะพ่อจะไปเล่นการเมือง จึงไม่ต้องเสียภาษี

    ทุกวันนี้ เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา เงินได้ที่ได้รับจากการรับมรดก หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากรมาตรา 42 (10) ซึ่งอาจต้องมีการแก้ไขในส่วนนี้ หรือมีการคิดภาษีจากการให้ (gift tax) ด้วย ซึ่งก็เข้าใจว่ามีการพิจารณากันอยู่

    ในต่างประเทศ อีกเหตุผลหนึ่งในการเก็บภาษีมรดก คือการปิดช่องว่างของการเก็บภาษีจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินทรัพย์ (capital gain tax) ถ้าพ่อซื้อที่ดินไว้ แต่ไม่เคยขายที่เลย แล้วสามารถยกหุ้นให้ลูกได้โดยไม่เสียภาษี เท่ากับว่ามีช่องว่างที่คนสามารถหลีกหนีการจ่ายภาษี capital gain tax ไปได้เรื่อยๆ

    แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีจากมรดก เพราะมันคือการเก็บภาษีจากความมั่งคั่งที่มาจากการสะสมรายได้ที่มีการเสียภาษีมาแล้ว การเก็บภาษีซ้อนก็เหมือนการ ยึดทรัพย์ไปกลายๆ

    2. ภาษีมรดกลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือ

    ถ้ามีการเก็บภาษีมรดกในรูปแบบที่มีการพูดคุยกัน ก็คาดได้ว่าจะมีสามสี่อย่างที่อภิมหาเศรษฐีทำได้ง่ายๆ และอาจจะสามารถเลี่ยงภาษีมรดกได้แบบสบายๆ

    หนึ่ง คือขายที่ดินหรือเงินลงทุน ออกมาซื้อเพชรพลอยเครื่องประดับกันมากขึ้น เพราะน่าจะได้รับยกเว้นจากภาษีมรดก

    สอง คือย้ายเงินลงทุนออกไปต่างประเทศ ซึ่งทำได้ง่ายขึ้นในปัจจุบันและหลายคนมีบัญชีลงทุนอยู่ต่างประเทศอยู่แล้ว และตรวจสอบได้ไม่ง่ายนัก

    สาม คือเริ่มยกสมบัติให้ลูก หรือหลาน (ประหยัดภาษีมรดกไปได้สองครั้ง) โดยโอนให้ทั้งหมดหรือบางส่วน (หากกลัวว่าลูกหลานจะขายทิ้งก่อนตาย)

    สี่ คือตั้งบริษัทหรือโครงสร้างทางกฎหมายอื่นๆ ที่ทำให้แน่ใจว่า เจ้าของสินทรัพย์ยังมีอำนาจในการควบคุมดูแลสินทรัพย์อยู่ในขณะมีชีวิต แต่มูลค่าที่ต้องโอนให้เมื่อเสียชีวิตมีน้อยมาก เพื่อให้เสียภาษีมรดกในจำนวนน้อย

    แปลว่าถ้าเป็นไปอย่างที่กำลังมีการพูดคุยกัน อภิมหาเศรษฐีส่วนใหญ่ น่าจะสามารถหลบเลี่ยงภาษีนี้ได้แบบไม่ยากเย็นนัก นี่ยังไม่นับ เกษตรกรอภิมหาเศรษฐี จะสามารถส่งผ่านที่ดินสองหมื่นไร่เป็นมรดกได้แบบไม่เสียภาษี ถ้ามีการยกเว้น อาชีพเกษตรกรเข้าจริงๆ

    คนที่เหลือจ่ายภาษีมรดก คงเป็นเศรษฐีธรรมดาๆ ที่พอมีอันจะกินอยู่บ้าง แต่ไม่มากพอจะหลีกเลี่ยงให้เป็นระบบ หรือเข้าไม่ถึงคำแนะนำ บริการทางการเงิน และคำปรึกษาด้านกฎหมายต่างๆ และเราอาจจะบังคับท่านๆ อภิมหาเศรษฐีทั้งหลายให้เสียภาษีมรดกได้ไม่ง่ายนัก และกว่าจะเก็บได้ก็ต้องรอให้ท่านเสียชีวิตกันก่อน ซึ่งก็แปลว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำก็คงไม่ได้ดีขึ้นนักและหลายคนก็กังวลว่า รูปแบบการเก็บสะสมความมั่งคั่งของเศรษฐีจะเปลี่ยนไปจากการเก็บสินทรัพย์อยู่ในระบบ เช่น เงินฝาก เงินลงทุน ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ต่อไป ไปอยู่ในรูปที่ไม่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากนัก เช่น เพชร พลอย หรือไปอยู่ในรูปสินทรัพย์ต่างประเทศแทนเลย น่าคิดนะครับ

    นอกจากนี้ บางคนมองว่าการเก็บภาษีจากรายได้และความมั่งคั่ง เป็นการสร้างความบิดเบือนในแรงจูงใจในการทำงาน (คนไม่อยากทำงานเยอะเพราะถูกรัฐแบ่งไปเยอะ หรือไม่อยากสะสมทุนมากๆ เลยอยากใช้จ่ายให้หมดๆ ไป) และอาจทำให้เกิดการบริโภคที่มากเกินไปหรือการออมที่น้อยเกินไป หรือบางคนก็บอกว่าภาษีมรดกคือการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เพราะเป็นการเก็บบนการสะสมทุนที่ได้จ่ายภาษีบนรายได้มาแล้วรอบหนึ่ง

    จึงมีข้อเสนอว่า เราควรหันมาเก็บภาษีจากการบริโภคให้มากขึ้นแทน เช่น เก็บภาษีจากการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยที่เฉพาะคนรวยซื้อหาให้มากขึ้นแทนดีกว่าไหม เช่น ภาษีสนามกอล์ฟ (เอ แต่ได้ข่าวว่าเขาจะลดภาษีนี้นี่นา) ภาษีเรือ หรือภาษีที่เก็บจากรถหรือเครื่องประดับแพงๆ ดีกว่าไหม?

    3. ใครได้ใครเสียจากภาษีมรดก

    จากประสบการณ์ในต่างประเทศพบว่า เมื่อมีการเก็บภาษีมรดก กิจกรรมในการหลีกเลี่ยงภาษีมรดกก็มีเพิ่มขึ้น และคนที่มีทรัพยากรมากก็ทุ่มทรัพยากรจำนวนมากในการหลีกเลี่ยงภาษีมากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไป รายได้ที่รัฐเก็บได้จากภาษีมรดกก็มีไม่มากนัก รายได้จากภาษีมรดกในต่างประเทศเก็บกันได้แค่ประมาณ 0.2-0.4% ของ GDP เท่านั้นเอง และส่วนใหญ่น้อยกว่า 1% ของฐานรายได้ภาษี

    อีกนัยหนึ่งคือ การเก็บภาษีมรดก ทำให้เกิดภาระภาษีขึ้นจริง แต่รัฐไม่ใช่คนที่ได้รับประโยชน์ แต่กลายเป็นนักวางแผนภาษี ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาบัญชี นักวางแผนทางการเงิน สถาบันการเงินต่างประเทศ และนายหน้าขายเพชร ที่ได้รับประโยชน์จากการเก็บภาษีมรดก

    สรุปคือ ภาษีมรดกอาจจะไม่สามารถลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ และอาจจะสร้างรายได้ให้รัฐได้ไม่มากนัก บางคนเชื่อว่าอาจมีการนำภาษีมรดกมาใช้ แต่ก็คงยกเลิกไปในที่สุด เพราะใช้บังคับไม่ได้

    ดังนั้นแล้ว เราจึงน่าจะมีการทบทวน ถกเถียง และพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนนำภาษีใหม่มาใช้จริงๆ ดีไหมครับ

    ไม่ว่าจะอย่างไร การปฏิรูปภาษีเงินได้ทั้งระบบ ให้ระบบที่เรามีอยู่มีความยุติธรรมมากขึ้น และทำให้การจัดเก็บภาษีมีคุณภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และทำให้ภาระภาษีเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม น่าจะเป็นสิ่งที่ควรต้องเร่งทำโดยเร็ว เพราะอาจจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของเราได้ในระดับหนึ่ง (น่าไปลองไล่กันดูนะครับ ว่าคนที่เสียภาษีเงินได้สิบอันดับแรกของประเทศไทย ใช่ตระกูลร่ำรวยที่สุดหรือเปล่า)

    สุดท้ายแล้ว ถ้าสังคมไทยคิดว่าการเก็บภาษีมรดกเป็นสิ่งที่ควรทำ ก็ควรทำให้ครบถ้วน สร้างระบบตรวจสอบที่มีคุณภาพ เพื่อลดโอกาสในการหลบเลี่ยงภาษี และปิดช่องว่างช่องโหว่ต่างๆ เพื่อสร้างความยุติธรรม ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของภาษีให้ดีที่สุด

    แต่ถ้าคิดว่าเอาบังคับใช้ไปก่อนแล้ววันหลังค่อยเลิกก็ได้ มันคงสร้างต้นทุนให้สังคมไม่น้อยทีเดียว มีภาษีประเภทอื่นที่เหมาะสมกว่าหรือไม่

    และผมกลัวว่าถ้ามีคนไม่เห็นด้วยมากๆ จะพาลทำให้การผลักดันภาษีตัวอื่นที่ควรจะเอามาใช้มากกว่าภาษีมรดก เช่น ภาษีที่ดิน ถูกต่อต้านไปด้วย และไม่ได้ถูกนำมาใช้สักที

    คราวหน้าผมจะมาชวนคุยเรื่องภาษีที่ดินนะครับ

    พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

    ไทยพับลิก้า 14 ตุลาคม 2557

    [DETAIL_TEXT_TYPE] => html [~DETAIL_TEXT_TYPE] => html [DETAIL_PICTURE] => [~DETAIL_PICTURE] => [PREVIEW_TEXT] => [~PREVIEW_TEXT] => [PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [~PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [PREVIEW_PICTURE] => Array ( [ID] => 671 [TIMESTAMP_X] => 10/22/2014 09:39:17 [MODULE_ID] => iblock [HEIGHT] => 150 [WIDTH] => 150 [FILE_SIZE] => 6457 [CONTENT_TYPE] => image/jpeg [SUBDIR] => iblock/6cc [FILE_NAME] => 6ccac3b5b5cdf353e84d4aea39676915.jpg [ORIGINAL_NAME] => thai_publica.jpg [DESCRIPTION] => [HANDLER_ID] => [~src] => [SRC] => /upload/iblock/6cc/6ccac3b5b5cdf353e84d4aea39676915.jpg ) [~PREVIEW_PICTURE] => 671 [LANG_DIR] => /en/ [~LANG_DIR] => /en/ [SORT] => 500 [~SORT] => 500 [CODE] => [~CODE] => [EXTERNAL_ID] => 282 [~EXTERNAL_ID] => 282 [IBLOCK_TYPE_ID] => news [~IBLOCK_TYPE_ID] => news [IBLOCK_CODE] => [~IBLOCK_CODE] => [IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [~IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [LID] => en [~LID] => en [EDIT_LINK] => [DELETE_LINK] => [DISPLAY_ACTIVE_FROM] => 10/22/2014 [FIELDS] => Array ( ) [PROPERTIES] => Array ( [MEDIA_FILE] => Array ( [ID] => 4 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:38:28 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [ACTIVE] => Y [SORT] => 100 [CODE] => MEDIA_FILE [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [~DEFAULT_VALUE] => ) [MEDIA_FILE_EN] => Array ( [ID] => 47 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 200 [CODE] => MEDIA_FILE_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK] => Array ( [ID] => 10 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:39:03 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) [ACTIVE] => Y [SORT] => 300 [CODE] => YOUTUBE_LINK [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK_EN] => Array ( [ID] => 48 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) Eng [ACTIVE] => Y [SORT] => 400 [CODE] => YOUTUBE_LINK_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) Eng [~DEFAULT_VALUE] => ) [NAME_EN] => Array ( [ID] => 20 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-20 15:02:23 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => NAME_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => NAME_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => NAME_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_TH] => Array ( [ID] => 21 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_TH [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_TH [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_TH [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_EN] => Array ( [ID] => 22 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) ) [DISPLAY_PROPERTIES] => Array ( ) )
  • Array
    (
        [ID] => 278
        [~ID] => 278
        [IBLOCK_ID] => 1
        [~IBLOCK_ID] => 1
        [IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [~IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [NAME] => "ภาษีมรดก" ยังไม่ตกผลึก
        [~NAME] => "ภาษีมรดก" ยังไม่ตกผลึก
        [ACTIVE_FROM] => 10/15/2014
        [~ACTIVE_FROM] => 10/15/2014
        [DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=278
        [~DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=278
        [DETAIL_TEXT] => 
    

    คนที่เห็นต่างกรณี "ภาษีมรดก" ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็มีเหตุผลน่าฟังอย่างเรื่องการหลบเลี่ยง หรือไม่คุ้มค่าบริหารจัดการ สถาบันอนาคตไทยศึกษาของ "ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" จึงรวบรวมข้อมูลจาก ทั่วโลก มีข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตอย่างน่าสนใจ

    ในรายงานระบุ ว่า มี 13 จาก 45 ประเทศที่เก็บภาษีมรดก ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่เก็บจาก "ผู้รับมรดก" มีเดนมาร์ก ฟินแลนด์ สหรัฐ เก็บจาก "กองมรดก" ส่วนไทยเก็บจากผู้รับมรดก มี 11 ประเทศที่เคยใช้ภาษีมรดกแต่เลิกไป เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และแคนาดา โดยมีเหตุผลต่างๆ เช่น สิงคโปร์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ต่างชาติ มาลงทุน ออสเตรเลียมีการหลีกเลี่ยงกันมากไม่คุ้มกับการจัดเก็บเช่นเดียวกับแคนาดา จึงเก็บภาษีกำไรทรัพย์สินแทน

    ในรายงานตั้งข้อสังเกตว่า หากไทยเก็บภาษีมรดกที่ 10% อัตราจัดเก็บเริ่มต้นสูงติด 1 ใน 5 ของประเทศที่มีอัตราภาษีมรดกเริ่มต้นสูงสุด เท่ากับญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ที่เศรษฐกิจดีกว่าไทย 7-8 เท่า การเก็บภาษีมรดกทำให้ คนเปลี่ยนพฤติกรรมการ "ออม" เช่น โยกสินทรัพย์ไป ต่างประเทศ หรือสะสมสินทรัพย์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนเพื่อ หลีกเลี่ยง

    "ภาษีที่ดิน" อาจเป็นทางเลือกดีกว่าภาษีมรดก

    ในรายงานยังระบุว่า ภาระภาษีคนไทยระหว่างทางมีไม่น้อย เช่น ภาษีที่เก็บจากรายได้ เก็บจากเงินปันผล ดอกเบี้ย และยังมีการจ่ายภาษีหลายประเภท ในอัตราที่สูงกว่า ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์

    อย่างไรก็ตามมีบางประเด็นที่ "เห็นต่าง" จากรายงานชิ้นนี้ เท่าที่รู้ในเอเชียเกาหลีใต้ยังเก็บภาษีมรดก ส่วนประเทศที่ "ยกเลิก" ถ้าดูดีๆ อาจเป็นเพราะ "ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ" เหลือน้อยช่องว่างไม่ห่างเหมือนบ้านเรา

    ส่วนที่บอกว่าจะทำให้เสีย "ภาษีซ้ำซ้อน" นั้นก็จริง แต่ทุกวันนี้ก็ซ้ำซ้อนอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่จะเก็บภาษีมรดก

    อยากจะเสนอว่ารายได้ภาษีมรดกไม่จำเป็นต้องเข้ารัฐ อาจจะตั้งเป็น "กองทุน" พัฒนาด้านการศึกษาหรือเป็นทุนให้เด็กไทยไปเรียนต่างประเทศมากๆ พัฒนาศักยภาพของเด็กไทย เช่น กีฬา ส่งเสริมอาชีพ ทักษะต่างๆ เป็นต้น

    คนที่เสียภาษีจะมีความภูมิใจกว่าเอาเข้ารัฐแล้วก็โดนนักการเมืองโกง 

    ทวี มีเงิน

    ข่าวสด วันที่ 8 ตุลาคม 2557

    [~DETAIL_TEXT] =>

    คนที่เห็นต่างกรณี "ภาษีมรดก" ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ต่างก็มีเหตุผลน่าฟังอย่างเรื่องการหลบเลี่ยง หรือไม่คุ้มค่าบริหารจัดการ สถาบันอนาคตไทยศึกษาของ "ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" จึงรวบรวมข้อมูลจาก ทั่วโลก มีข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตอย่างน่าสนใจ

    ในรายงานระบุ ว่า มี 13 จาก 45 ประเทศที่เก็บภาษีมรดก ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่เก็บจาก "ผู้รับมรดก" มีเดนมาร์ก ฟินแลนด์ สหรัฐ เก็บจาก "กองมรดก" ส่วนไทยเก็บจากผู้รับมรดก มี 11 ประเทศที่เคยใช้ภาษีมรดกแต่เลิกไป เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และแคนาดา โดยมีเหตุผลต่างๆ เช่น สิงคโปร์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ต่างชาติ มาลงทุน ออสเตรเลียมีการหลีกเลี่ยงกันมากไม่คุ้มกับการจัดเก็บเช่นเดียวกับแคนาดา จึงเก็บภาษีกำไรทรัพย์สินแทน

    ในรายงานตั้งข้อสังเกตว่า หากไทยเก็บภาษีมรดกที่ 10% อัตราจัดเก็บเริ่มต้นสูงติด 1 ใน 5 ของประเทศที่มีอัตราภาษีมรดกเริ่มต้นสูงสุด เท่ากับญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ที่เศรษฐกิจดีกว่าไทย 7-8 เท่า การเก็บภาษีมรดกทำให้ คนเปลี่ยนพฤติกรรมการ "ออม" เช่น โยกสินทรัพย์ไป ต่างประเทศ หรือสะสมสินทรัพย์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนเพื่อ หลีกเลี่ยง

    "ภาษีที่ดิน" อาจเป็นทางเลือกดีกว่าภาษีมรดก

    ในรายงานยังระบุว่า ภาระภาษีคนไทยระหว่างทางมีไม่น้อย เช่น ภาษีที่เก็บจากรายได้ เก็บจากเงินปันผล ดอกเบี้ย และยังมีการจ่ายภาษีหลายประเภท ในอัตราที่สูงกว่า ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์

    อย่างไรก็ตามมีบางประเด็นที่ "เห็นต่าง" จากรายงานชิ้นนี้ เท่าที่รู้ในเอเชียเกาหลีใต้ยังเก็บภาษีมรดก ส่วนประเทศที่ "ยกเลิก" ถ้าดูดีๆ อาจเป็นเพราะ "ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ" เหลือน้อยช่องว่างไม่ห่างเหมือนบ้านเรา

    ส่วนที่บอกว่าจะทำให้เสีย "ภาษีซ้ำซ้อน" นั้นก็จริง แต่ทุกวันนี้ก็ซ้ำซ้อนอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่จะเก็บภาษีมรดก

    อยากจะเสนอว่ารายได้ภาษีมรดกไม่จำเป็นต้องเข้ารัฐ อาจจะตั้งเป็น "กองทุน" พัฒนาด้านการศึกษาหรือเป็นทุนให้เด็กไทยไปเรียนต่างประเทศมากๆ พัฒนาศักยภาพของเด็กไทย เช่น กีฬา ส่งเสริมอาชีพ ทักษะต่างๆ เป็นต้น

    คนที่เสียภาษีจะมีความภูมิใจกว่าเอาเข้ารัฐแล้วก็โดนนักการเมืองโกง 

    ทวี มีเงิน

    ข่าวสด วันที่ 8 ตุลาคม 2557

    [DETAIL_TEXT_TYPE] => html [~DETAIL_TEXT_TYPE] => html [DETAIL_PICTURE] => [~DETAIL_PICTURE] => [PREVIEW_TEXT] => [~PREVIEW_TEXT] => [PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [~PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [PREVIEW_PICTURE] => Array ( [ID] => 667 [TIMESTAMP_X] => 10/15/2014 09:31:41 [MODULE_ID] => iblock [HEIGHT] => 150 [WIDTH] => 150 [FILE_SIZE] => 8071 [CONTENT_TYPE] => image/jpeg [SUBDIR] => iblock/988 [FILE_NAME] => 988c6981f01be37b1152e6d633a95506.jpg [ORIGINAL_NAME] => kawsod.jpg [DESCRIPTION] => [HANDLER_ID] => [~src] => [SRC] => /upload/iblock/988/988c6981f01be37b1152e6d633a95506.jpg ) [~PREVIEW_PICTURE] => 667 [LANG_DIR] => /en/ [~LANG_DIR] => /en/ [SORT] => 500 [~SORT] => 500 [CODE] => [~CODE] => [EXTERNAL_ID] => 278 [~EXTERNAL_ID] => 278 [IBLOCK_TYPE_ID] => news [~IBLOCK_TYPE_ID] => news [IBLOCK_CODE] => [~IBLOCK_CODE] => [IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [~IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [LID] => en [~LID] => en [EDIT_LINK] => [DELETE_LINK] => [DISPLAY_ACTIVE_FROM] => 10/15/2014 [FIELDS] => Array ( ) [PROPERTIES] => Array ( [MEDIA_FILE] => Array ( [ID] => 4 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:38:28 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [ACTIVE] => Y [SORT] => 100 [CODE] => MEDIA_FILE [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [~DEFAULT_VALUE] => ) [MEDIA_FILE_EN] => Array ( [ID] => 47 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 200 [CODE] => MEDIA_FILE_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK] => Array ( [ID] => 10 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:39:03 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) [ACTIVE] => Y [SORT] => 300 [CODE] => YOUTUBE_LINK [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK_EN] => Array ( [ID] => 48 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) Eng [ACTIVE] => Y [SORT] => 400 [CODE] => YOUTUBE_LINK_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) Eng [~DEFAULT_VALUE] => ) [NAME_EN] => Array ( [ID] => 20 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-20 15:02:23 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => NAME_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => NAME_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => NAME_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_TH] => Array ( [ID] => 21 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_TH [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_TH [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => 1002 [VALUE] => Array ( [TEXT] => คอลัมน์ เมืองไทย 25 น. [TYPE] => html ) [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => Array ( [TEXT] => คอลัมน์ เมืองไทย 25 น. [TYPE] => html ) [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_TH [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_EN] => Array ( [ID] => 22 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) ) [DISPLAY_PROPERTIES] => Array ( [PREVIEW_TH] => Array ( [ID] => 21 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_TH [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_TH [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => 1002 [VALUE] => Array ( [TEXT] => คอลัมน์ เมืองไทย 25 น. [TYPE] => html ) [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => Array ( [TEXT] => คอลัมน์ เมืองไทย 25 น. [TYPE] => html ) [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_TH [~DEFAULT_VALUE] => [DISPLAY_VALUE] => คอลัมน์ เมืองไทย 25 น. ) ) )
  • "ภาษีมรดก" ยังไม่ตกผลึก

    คอลัมน์ เมืองไทย 25 น.
  • Array
    (
        [ID] => 275
        [~ID] => 275
        [IBLOCK_ID] => 1
        [~IBLOCK_ID] => 1
        [IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [~IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [NAME] => ห่วงเถ้าแก่ขนเงินไปนอกหนีภาษีมรดก
        [~NAME] => ห่วงเถ้าแก่ขนเงินไปนอกหนีภาษีมรดก
        [ACTIVE_FROM] => 09/28/2014
        [~ACTIVE_FROM] => 09/28/2014
        [DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=275
        [~DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=275
        [DETAIL_TEXT] => 
    
    น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัย มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยรายงานการศึกษาเรื่องข้อสังเกตเรื่องภาษีมรดก ว่าแนวทางการจัดเก็บภาษีมรดกจะส่งผลให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมการออม โดยจะโยกย้ายสินทรัพย์ไปต่างประเทศ หรือสะสมทรัพย์สินที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมรดก ซึ่งกลุ่มที่มีทรัพย์สินมากมีแรงจูงใจหลีกเลี่ยงภาษีมากกว่า เช่น กรณีของประเทศอังกฤษที่เก็บภาษีมรดกในอัตราที่สูงถึง 36% ต้องใช้งบประมาณกว่า 50,000 ล้านบาทระหว่างปี 54-58เพื่อต่อต้านการหลีกเลี่ยงภาษีมรดก โดยการโยกย้ายเงินไปไว้ที่ประเทศอื่น ทำให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประเทศที่เป็นศูนย์กลางของการบริหารสินทรัพย์ส่วนบุคคล เช่น ฮ่องกง และสิงคโปร์

    ทั้งนี้พบว่า การกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีดังกล่าวของไทยในอัตรา 10% ยังทำให้ไทยติด 1ใน5 ของประเทศที่มีอัตราภาษีมรดกเริ่มต้นสูงสุด เพราะจากข้อมูลที่มีการเปิดเผย อัตราภาษีที่จะเก็บ 10% ของสินทรัพย์มรดกสุทธิที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ประเภทของสินทรัพย์ที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษี คือ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ พันธบัตร และหุ้น ถ้าไทยเก็บภาษีในอัตราดังกล่าว ส่งผลให้ไทยเก็บภาษีชนิดนี้ในอัตราเดียวกับประเทศญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทย 7-8 เท่า

    อย่างไรก็ตามการเก็บภาษีนี้มีเพียง 9 จาก 13 ประเทศเท่านั้นที่เก็บในแบบอัตราก้าวหน้า โดยเก็บเป็นขั้นที่สูงขึ้นตามมูลค่ามรดกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันในการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีเพียง 13 จาก 15 ประเทศเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ประเทศในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ โดยส่วนใหญ่จะจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับมรดก ซึ่งประเทศไทยเองก็จะใช้วิธีดังกล่าวในการจัดเก็บ มีเพียง 3 คือ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ที่เก็บภาษีจากกองมรดก

    น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เดิมมี 11 ประเทศที่เคยใช้ภาษีมรดก แต่ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และแคนาดา เพราะต้องการสร้างแรงจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาสะสมทุน เช่น สิงคโปร์ เนื่องจากมีการหลีกเลี่ยงภาษีมาก และไม่คุ้มค่ากับต้นทุนในการบริหารจัดการ เช่น ออสเตรเลีย เพราะนำภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์มาใช้แทน อย่างประเทศแคนาดา ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาก็กำลังพิจารณายกเลิกการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เพราะค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสูงมาก ทำให้เหลือรายได้สุทธิเข้ารัฐน้อย

    ทั้งนี้ภาระภาษีที่มีอยู่ระหว่างทางนั้นมีไม่น้อยอยู่แล้ว การดูภาษีจำเป็นต้องดูให้ครบถ้วน จะดูเฉพาะภาษีมรดกอย่างเดียวไม่ได้ เพราะก่อนที่จะกลายเป็นมรดกก็ต้องเสียภาษีมาในระหว่างทางจำนวนไม่น้อย เช่น ภาษีที่เก็บจากรายได้ เก็บจากเงินปันผล เก็บจากดอกเบี้ย และประเทศไทยเองก็มีการจ่ายภาษีอยู่หลายประเภท และจ่ายในอัตราที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์

    เดลินิวส์ วันที่ 28 กันยายน 2557

    [~DETAIL_TEXT] =>
    น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัย มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยรายงานการศึกษาเรื่องข้อสังเกตเรื่องภาษีมรดก ว่าแนวทางการจัดเก็บภาษีมรดกจะส่งผลให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมการออม โดยจะโยกย้ายสินทรัพย์ไปต่างประเทศ หรือสะสมทรัพย์สินที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียนเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมรดก ซึ่งกลุ่มที่มีทรัพย์สินมากมีแรงจูงใจหลีกเลี่ยงภาษีมากกว่า เช่น กรณีของประเทศอังกฤษที่เก็บภาษีมรดกในอัตราที่สูงถึง 36% ต้องใช้งบประมาณกว่า 50,000 ล้านบาทระหว่างปี 54-58เพื่อต่อต้านการหลีกเลี่ยงภาษีมรดก โดยการโยกย้ายเงินไปไว้ที่ประเทศอื่น ทำให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประเทศที่เป็นศูนย์กลางของการบริหารสินทรัพย์ส่วนบุคคล เช่น ฮ่องกง และสิงคโปร์

    ทั้งนี้พบว่า การกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีดังกล่าวของไทยในอัตรา 10% ยังทำให้ไทยติด 1ใน5 ของประเทศที่มีอัตราภาษีมรดกเริ่มต้นสูงสุด เพราะจากข้อมูลที่มีการเปิดเผย อัตราภาษีที่จะเก็บ 10% ของสินทรัพย์มรดกสุทธิที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ประเภทของสินทรัพย์ที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษี คือ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ พันธบัตร และหุ้น ถ้าไทยเก็บภาษีในอัตราดังกล่าว ส่งผลให้ไทยเก็บภาษีชนิดนี้ในอัตราเดียวกับประเทศญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทย 7-8 เท่า

    อย่างไรก็ตามการเก็บภาษีนี้มีเพียง 9 จาก 13 ประเทศเท่านั้นที่เก็บในแบบอัตราก้าวหน้า โดยเก็บเป็นขั้นที่สูงขึ้นตามมูลค่ามรดกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันในการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีเพียง 13 จาก 15 ประเทศเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ประเทศในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ โดยส่วนใหญ่จะจัดเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับมรดก ซึ่งประเทศไทยเองก็จะใช้วิธีดังกล่าวในการจัดเก็บ มีเพียง 3 คือ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ที่เก็บภาษีจากกองมรดก

    น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เดิมมี 11 ประเทศที่เคยใช้ภาษีมรดก แต่ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และแคนาดา เพราะต้องการสร้างแรงจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาสะสมทุน เช่น สิงคโปร์ เนื่องจากมีการหลีกเลี่ยงภาษีมาก และไม่คุ้มค่ากับต้นทุนในการบริหารจัดการ เช่น ออสเตรเลีย เพราะนำภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์มาใช้แทน อย่างประเทศแคนาดา ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาก็กำลังพิจารณายกเลิกการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เพราะค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสูงมาก ทำให้เหลือรายได้สุทธิเข้ารัฐน้อย

    ทั้งนี้ภาระภาษีที่มีอยู่ระหว่างทางนั้นมีไม่น้อยอยู่แล้ว การดูภาษีจำเป็นต้องดูให้ครบถ้วน จะดูเฉพาะภาษีมรดกอย่างเดียวไม่ได้ เพราะก่อนที่จะกลายเป็นมรดกก็ต้องเสียภาษีมาในระหว่างทางจำนวนไม่น้อย เช่น ภาษีที่เก็บจากรายได้ เก็บจากเงินปันผล เก็บจากดอกเบี้ย และประเทศไทยเองก็มีการจ่ายภาษีอยู่หลายประเภท และจ่ายในอัตราที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์

    เดลินิวส์ วันที่ 28 กันยายน 2557

    [DETAIL_TEXT_TYPE] => html [~DETAIL_TEXT_TYPE] => html [DETAIL_PICTURE] => [~DETAIL_PICTURE] => [PREVIEW_TEXT] => [~PREVIEW_TEXT] => [PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [~PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [PREVIEW_PICTURE] => Array ( [ID] => 654 [TIMESTAMP_X] => 10/03/2014 11:40:53 [MODULE_ID] => iblock [HEIGHT] => 150 [WIDTH] => 150 [FILE_SIZE] => 5635 [CONTENT_TYPE] => image/jpeg [SUBDIR] => iblock/781 [FILE_NAME] => 7810fc87a40204a0698432a2167f4880.jpg [ORIGINAL_NAME] => dailynews_1.jpg [DESCRIPTION] => [HANDLER_ID] => [~src] => [SRC] => /upload/iblock/781/7810fc87a40204a0698432a2167f4880.jpg ) [~PREVIEW_PICTURE] => 654 [LANG_DIR] => /en/ [~LANG_DIR] => /en/ [SORT] => 500 [~SORT] => 500 [CODE] => [~CODE] => [EXTERNAL_ID] => 275 [~EXTERNAL_ID] => 275 [IBLOCK_TYPE_ID] => news [~IBLOCK_TYPE_ID] => news [IBLOCK_CODE] => [~IBLOCK_CODE] => [IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [~IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [LID] => en [~LID] => en [EDIT_LINK] => [DELETE_LINK] => [DISPLAY_ACTIVE_FROM] => 09/28/2014 [FIELDS] => Array ( ) [PROPERTIES] => Array ( [MEDIA_FILE] => Array ( [ID] => 4 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:38:28 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [ACTIVE] => Y [SORT] => 100 [CODE] => MEDIA_FILE [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [~DEFAULT_VALUE] => ) [MEDIA_FILE_EN] => Array ( [ID] => 47 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 200 [CODE] => MEDIA_FILE_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK] => Array ( [ID] => 10 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:39:03 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) [ACTIVE] => Y [SORT] => 300 [CODE] => YOUTUBE_LINK [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK_EN] => Array ( [ID] => 48 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) Eng [ACTIVE] => Y [SORT] => 400 [CODE] => YOUTUBE_LINK_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) Eng [~DEFAULT_VALUE] => ) [NAME_EN] => Array ( [ID] => 20 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-20 15:02:23 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => NAME_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => NAME_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => NAME_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_TH] => Array ( [ID] => 21 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_TH [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_TH [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => 995 [VALUE] => Array ( [TEXT] => <div style="text-align: justify;"> <br /> </div> [TYPE] => html ) [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => Array ( [TEXT] =>

    [TYPE] => html ) [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_TH [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_EN] => Array ( [ID] => 22 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) ) [DISPLAY_PROPERTIES] => Array ( [PREVIEW_TH] => Array ( [ID] => 21 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_TH [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_TH [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => 995 [VALUE] => Array ( [TEXT] => <div style="text-align: justify;"> <br /> </div> [TYPE] => html ) [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => Array ( [TEXT] =>

    [TYPE] => html ) [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_TH [~DEFAULT_VALUE] => [DISPLAY_VALUE] =>

    ) ) )
  • Array
    (
        [ID] => 270
        [~ID] => 270
        [IBLOCK_ID] => 1
        [~IBLOCK_ID] => 1
        [IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [~IBLOCK_SECTION_ID] => 
        [NAME] => Thai competitiveness hit by wage hike
        [~NAME] => Thai competitiveness hit by wage hike
        [ACTIVE_FROM] => 09/24/2014
        [~ACTIVE_FROM] => 09/24/2014
        [DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=270
        [~DETAIL_PAGE_URL] => /en/news/detail.php?ID=270
        [DETAIL_TEXT] => 
    
    THAILAND'S competitiveness has dropped over the past 13 years if unit labour cost is used as the indicator, according to the Thailand Future Foundation (TFF).

    The TFF has blamed the problem mainly on the daily minimum wage of Bt300, which is a big jump from the previous wage level, and the relatively low ability to increase labour efficiency.

    Indonesia has also significantly raised its wage, but it has managed to boost its labour efficiency by more than 40 per cent over the past decade.

    A TFF study reveals that Thai labour efficiency has risen by just two per cent a year. Over the same period, labour efficiency has increased by four per cent in Vietnam and by an impressive 10 per cent in China.

    The TFF said Thai labour efficiency has only risen slightly because of several factors - relatively low investment by the government and private sector, local businesses' failure to move up the value chain, and because 40 per cent of Thai workers are in the agricultural sector.

    TFF said the agricultural sector had the lowest labour efficiency compared with the service and industrial sectors.

    It also pointed out that more than 40 per cent of private sector employees worked in a very small enterprise, with no more than 10 workers. And these employers usually do not provide training for their staff.

    Of 39 million working Thais, nearly two thirds work independently, for example, on their farms, or earning income as taxi drivers, or running small stalls. Only six million get salaries.

    TTF executive Sethaput Suthiwart-Narueput called on relevant parties to address all the above problems.

    He pointed out that co-operation and integration efforts would make it easier deliver efficient and comprehensive solutions.

    "These problems are related," he said.

    The Foundation has recommended that the government invest more in infrastructure to stimulate investment by the private sector. More investment by the private sector in new machinery or facilities, for example, could help increase labour efficiency.

    For the academic sector, the TFF suggested that research be conducted in a way that can deliver business solutions and increase output value.

    It also pressed for the improvement of educational quality to ensure that graduates respond well to labour market needs. It also called for reduced reliance on projects that "distort" agricultural-crop prices.

    The foundation urged motivational measures to encourage small businesses to provide training for their staff.

    Setthaput has also recommended cluster development.

    The NATION September 24, 2014.
    [~DETAIL_TEXT] =>
    THAILAND'S competitiveness has dropped over the past 13 years if unit labour cost is used as the indicator, according to the Thailand Future Foundation (TFF).

    The TFF has blamed the problem mainly on the daily minimum wage of Bt300, which is a big jump from the previous wage level, and the relatively low ability to increase labour efficiency.

    Indonesia has also significantly raised its wage, but it has managed to boost its labour efficiency by more than 40 per cent over the past decade.

    A TFF study reveals that Thai labour efficiency has risen by just two per cent a year. Over the same period, labour efficiency has increased by four per cent in Vietnam and by an impressive 10 per cent in China.

    The TFF said Thai labour efficiency has only risen slightly because of several factors - relatively low investment by the government and private sector, local businesses' failure to move up the value chain, and because 40 per cent of Thai workers are in the agricultural sector.

    TFF said the agricultural sector had the lowest labour efficiency compared with the service and industrial sectors.

    It also pointed out that more than 40 per cent of private sector employees worked in a very small enterprise, with no more than 10 workers. And these employers usually do not provide training for their staff.

    Of 39 million working Thais, nearly two thirds work independently, for example, on their farms, or earning income as taxi drivers, or running small stalls. Only six million get salaries.

    TTF executive Sethaput Suthiwart-Narueput called on relevant parties to address all the above problems.

    He pointed out that co-operation and integration efforts would make it easier deliver efficient and comprehensive solutions.

    "These problems are related," he said.

    The Foundation has recommended that the government invest more in infrastructure to stimulate investment by the private sector. More investment by the private sector in new machinery or facilities, for example, could help increase labour efficiency.

    For the academic sector, the TFF suggested that research be conducted in a way that can deliver business solutions and increase output value.

    It also pressed for the improvement of educational quality to ensure that graduates respond well to labour market needs. It also called for reduced reliance on projects that "distort" agricultural-crop prices.

    The foundation urged motivational measures to encourage small businesses to provide training for their staff.

    Setthaput has also recommended cluster development.

    The NATION September 24, 2014.
    [DETAIL_TEXT_TYPE] => html [~DETAIL_TEXT_TYPE] => html [DETAIL_PICTURE] => [~DETAIL_PICTURE] => [PREVIEW_TEXT] => [~PREVIEW_TEXT] => [PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [~PREVIEW_TEXT_TYPE] => text [PREVIEW_PICTURE] => Array ( [ID] => 634 [TIMESTAMP_X] => 09/24/2014 13:18:48 [MODULE_ID] => iblock [HEIGHT] => 150 [WIDTH] => 150 [FILE_SIZE] => 5930 [CONTENT_TYPE] => image/jpeg [SUBDIR] => iblock/7b6 [FILE_NAME] => 7b61ea751791556e4303eaf807223168.JPG [ORIGINAL_NAME] => the nation.JPG [DESCRIPTION] => [HANDLER_ID] => [~src] => [SRC] => /upload/iblock/7b6/7b61ea751791556e4303eaf807223168.JPG ) [~PREVIEW_PICTURE] => 634 [LANG_DIR] => /en/ [~LANG_DIR] => /en/ [SORT] => 500 [~SORT] => 500 [CODE] => [~CODE] => [EXTERNAL_ID] => 270 [~EXTERNAL_ID] => 270 [IBLOCK_TYPE_ID] => news [~IBLOCK_TYPE_ID] => news [IBLOCK_CODE] => [~IBLOCK_CODE] => [IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [~IBLOCK_EXTERNAL_ID] => [LID] => en [~LID] => en [EDIT_LINK] => [DELETE_LINK] => [DISPLAY_ACTIVE_FROM] => 09/24/2014 [FIELDS] => Array ( ) [PROPERTIES] => Array ( [MEDIA_FILE] => Array ( [ID] => 4 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:38:28 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [ACTIVE] => Y [SORT] => 100 [CODE] => MEDIA_FILE [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel) [~DEFAULT_VALUE] => ) [MEDIA_FILE_EN] => Array ( [ID] => 47 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 200 [CODE] => MEDIA_FILE_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => FileMan [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => Media Files (Exp. pdf, rar, zip, wold, excel)EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK] => Array ( [ID] => 10 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:39:03 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) [ACTIVE] => Y [SORT] => 300 [CODE] => YOUTUBE_LINK [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) [~DEFAULT_VALUE] => ) [YOUTUBE_LINK_EN] => Array ( [ID] => 48 [TIMESTAMP_X] => 2013-02-05 16:40:35 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => VDO (youtube link) Eng [ACTIVE] => Y [SORT] => 400 [CODE] => YOUTUBE_LINK_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 30 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => Y [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => Y [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => VDO (youtube link) Eng [~DEFAULT_VALUE] => ) [NAME_EN] => Array ( [ID] => 20 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-20 15:02:23 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => NAME_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => NAME_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 1 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => [USER_TYPE_SETTINGS] => [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => NAME_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_TH] => Array ( [ID] => 21 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_TH [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_TH [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => 986 [VALUE] => Array ( [TEXT] => <span style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: 'Helvetica Neue', Helvetica, Helvetica, Arial, sans-serif; font-size: 16px; line-height: 17.9200000762939px; background-color: rgb(255, 255, 255);">Bt300 daily wage set back national competitiveness: TFF study</span> [TYPE] => html ) [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => Array ( [TEXT] => Bt300 daily wage set back national competitiveness: TFF study [TYPE] => html ) [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_TH [~DEFAULT_VALUE] => ) [PREVIEW_EN] => Array ( [ID] => 22 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_EN [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_EN [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => [VALUE] => [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_EN [~DEFAULT_VALUE] => ) ) [DISPLAY_PROPERTIES] => Array ( [PREVIEW_TH] => Array ( [ID] => 21 [TIMESTAMP_X] => 2012-12-21 10:37:36 [IBLOCK_ID] => 1 [NAME] => PREVIEW_TH [ACTIVE] => Y [SORT] => 500 [CODE] => PREVIEW_TH [DEFAULT_VALUE] => [PROPERTY_TYPE] => S [ROW_COUNT] => 5 [COL_COUNT] => 50 [LIST_TYPE] => L [MULTIPLE] => N [XML_ID] => [FILE_TYPE] => [MULTIPLE_CNT] => 5 [TMP_ID] => [LINK_IBLOCK_ID] => 0 [WITH_DESCRIPTION] => N [SEARCHABLE] => N [FILTRABLE] => N [IS_REQUIRED] => N [VERSION] => 1 [USER_TYPE] => HTML [USER_TYPE_SETTINGS] => Array ( [height] => 200 ) [PROPERTY_VALUE_ID] => 986 [VALUE] => Array ( [TEXT] => <span style="color: rgb(102, 102, 102); font-family: 'Helvetica Neue', Helvetica, Helvetica, Arial, sans-serif; font-size: 16px; line-height: 17.9200000762939px; background-color: rgb(255, 255, 255);">Bt300 daily wage set back national competitiveness: TFF study</span> [TYPE] => html ) [DESCRIPTION] => [VALUE_ENUM] => [VALUE_XML_ID] => [~VALUE] => Array ( [TEXT] => Bt300 daily wage set back national competitiveness: TFF study [TYPE] => html ) [~DESCRIPTION] => [~NAME] => PREVIEW_TH [~DEFAULT_VALUE] => [DISPLAY_VALUE] => Bt300 daily wage set back national competitiveness: TFF study ) ) )
  • Thai competitiveness hit by wage hike

    Bt300 daily wage set back national competitiveness: TFF study

Pages: Prev. 1 2 3 4 5 6 7 8 Next